สรุปเส้นทาง จากหนุ่ม TOEIC 400 สู่วิศวกร AI ในประเทศอังกฤษได้สำเร็จ

บางครั้ง จุดเริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ อาจพาคุณไปได้ไกลมากกว่าที่เคยคิดไว้ และนี่คือเรื่องราวที่จะมอบฝันและแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ใช้งานบนเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “PL Nontawat” ได้แชร์ประสบการณ์ด้านการศึกษา “จาก TOEIC คะแนน 400 สู่การเป็นวิศวกรด้าน AI ในประเทศอังกฤษ” ซึ่งตลอดเส้นทางที่เขาได้เล่ามา เต็มไปด้วยพลังที่จะทำให้หัวใจของคุณลุกโชนไปด้วยความหวัง….

ดังนั้นในวันนี้ เราจึงขอให้เขามาเล่าเรื่องราวของตัวเอง ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

 

 

#ความฝัน…

คุณนนทวัฒน์ พัฒนจักร (เจ้าของบัญชี PL Nontawat) นั้น เดิมเป็นนักเรียนจากโรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคาย และสอบเข้ามาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

จากคำบอกเล่า ทักษะภาษาอังกฤษของเขาอยู่ในระดับดี แต่ไม่ถึงกับดีมาก ทั้งยังห่างไกลกับคำคำนี้เมื่อเทียบกับเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกันที่เรียนอยู่ในตัวเมือง

หลังเรียนจบ คุณนนทวัฒน์ได้เข้าทำงานเป็นวิศวกรให้กับบริษัทสัญชาติอเมริกันแห่งหนึ่ง และพบว่าหากอยากเติบโตในสายงานนี้จำเป็นต้องมีทักษะด้านภาษา เมื่อประกอบเข้ากับความฝันเล็กๆ ที่อยากจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จึงทำให้เกิดแรงฮึด เริ่มฝึกฝนตัวเองนับแต่นั้น

 

 

#จุดเริ่มต้นของการฝึกภาษาอังกฤษ

แรกเริ่ม เขาฝึกภาษาอังกฤษเพื่อใช้สอบ TOEIC และ IELTS ในปี 2012 โดยใช้เวลาช่วงค่ำหลังเลิกงานและวันหยุด ซึ่งการฝึกนั้นมีทั้งการฝึกฟัง ท่องคำศัพท์ เรียนแกรมม่า ฝึกอ่าน ฝึกพูด ฝึกเขียน ฯลฯ

ในปีเดียวกันนั้นเอง คุณนนทวัฒน์พยายามบังคับตัวเองให้สอบ TOEIC ทุกๆ 2-3 เดือน สิ่งต่างๆ ที่ทำมาส่งผลให้จากคะแนนครั้งแรกที่สอบได้ 400 คะแนน (คะแนนเต็ม 990 คะแนน) เมื่อเวลาผ่านไป 10 เดือนเขาสามารถทำคะแนนได้ 720 คะแนน

3 เดือนหลังจากนั้น เขาลองเข้าสอบ IELTS และได้คะแนนที่ 5.5 (คะแนนเต็ม 9.0) โดยมีคะแนนทักษะการฟังอยู่ที่ 4.5 คะแนน สิ่งนี้สร้างความท้อใจเล็กๆ ให้กับเขา เนื่องจากมันไม่มากพอที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษได้อย่างที่หวัง

 

 

ในช่วงระยะเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมา คุณนนทวัฒน์พยายามฝึก IELTS อย่างสม่ำเสมอ และเข้าสอบไปทั้งสิ้น 5 ครั้ง จนกระทั่งคะแนนขยับมาที่ 6.0 ทว่ามันก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่้ตั้งไว้จนทำให้เกิดความท้อ เพราะการทำงานไปพร้อมกับการฝึกภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ

ยิ่งเมื่อคิดพิจารณาว่าหากจะไปเรียนต่อต่างประเทศต้องมีทุนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ อีกราว 1 ล้านบาท ซึ่งดูจะเป็นเงื่อนไขที่ยากเกินไป จึงทำให้เริ่มหยุดฝึก IELTS ไปในช่วงกลางปี 2015

จนกระทั่งปลายปี 2016 เขาไปพบกับแรงบันดาลใจจากวิดีโอออนไลน์เกี่ยวกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลจึงเกิดไฟฮึดขึ้นมาอีกครั้ง โดยในครั้งที่ 7 ของการสอบเขาสามารถทำคะแนน IELTS ได้ 6.5 ตามเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษต้องการ ถือเป็นก้าวแรกของความฝันที่ใช้เวลา 5 ปีจึงประสบความสำเร็จ

 

 

#ทุนคิงพาวเวอร์

ในปี 2017 เขาพบประกาศรับสมัครทุน King Power ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ (ในการลงทุนของ King Power) และ De Montfort University ที่ทำข้อตกลงในการให้ทุนกับนักเรียนไทย จำนวน 7 ทุนสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ De Montfort University เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แบบไม่จำกัดสาขา

ด้วยความสนใจ คุณนนทวัฒน์จึงได้ลองสมัครและกลับไปขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และในท้ายที่สุดเขาได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 ของนักเรียนไทยที่ได้ทุนนี้

 

#การเรียนในต่างแดน

คุณนนทวัฒน์เผยว่าช่วงที่หยุด ฝึก IELTS เพราะความท้อใจนั้น เป็นช่วงที่เขาได้ใช้เวลาฝึกเขียนโปรแกรม Python จนกระทั่งสนใจในเรื่องของ AI (หรือที่รู้จักกันในชื่อของปัญญาประดิษฐ์) จึงเริ่มลงทะเบียนเรียน Machine Learning ทางคอร์สออนไลน์

หลังได้รับทุนให้ไปเรียนต่อ เขาจึงเลือกศึกษาในสาขา Intelligent Systems ซึ่งเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างระบบอัจฉริยะด้วยวิธีต่างๆ (AI เป็นหนึ่งในวิธีนั้น) และด้วยความที่De Montfort University มีศูนย์วิจัยในสาขานี้โดยตรงทำให้เขาได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มที่

 

#เส้นทางสู่การทำงานในต่างแดน

ในหลักสูตรที่คุณนนทวัฒน์เรียนอยู่จะมีตัวเลือกให้นักศึกษาสามารถทำงานในสายงานที่เรียนได้ ภายใต้ข้อแม้ว่าจะต้องมีบริษัทรับเข้าทำงาน โดยจะมีทีมงานของทางมหาวิทยาลัยคอยช่วยเหลืออยู่

ตัวเขาเองก็เลือกส่งใบสมัครไปหลายที่ และเกือบทุกแห่งส่งอีเมลปฏิเสธกลับมา แน่นอนว่าเจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องท้อเป็นธรรมดา ทว่าเพราะได้รับกำลังใจจากเพื่อนสนิททำให้เขาตัดสินใจที่จะลองพยายามจนถึงที่สุด และแล้วเขาก็ได้รับการติดต่อให้มาสัมภาษณ์งาน

 

 

โดยบริษัทที่ติดต่อกลับมานั้นเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของสหราชอาณาจักรที่ผลิตรถยนต์ระดับคุณภาพ โดยหากคุณนนทวัฒน์สัมภาษณ์ผ่านจะได้เข้าทำงานร่วมกับทีม AI ในบริษัทนี้

นั่นทำให้เขาต้องปรับแผนการใช้ชีวิตทั้งหมด เตรียมตัวเองให้พร้อมภายในเวลา 3 สัปดาห์ และยังต้องรักษาการเรียนในมหาวิทยาลัยให้ดีตามเดิม หนึ่งในแผนที่เขาเลือกใช้คือการจดรายการที่ต้องทำและต้องรู้ ก่อนจะวิเคราะห์ว่าอะไรเป็นหัวใจสำคัญแล้วเตรียมพร้อมในส่วนนั้นให้ดีที่สุด

หลังจากเตรียมตัวและเข้ารับการสัมภาษณ์เรียบร้อย ระยะเวลาราว 2 สัปดาห์หลังจากนั้นเขาก็ได้รับอีเมลที่เปลี่ยนตอบทุกโจทย์ความฝันที่ไม่เคยคาดถึง

 

#การทำงานในอังกฤษ

เมื่อได้เข้าทำงานกับทีมงานมืออาชีพ คุณนนทวัฒน์เผยว่าภายในระยะเวลา 1 ปีทักษะในด้าน AI ของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เพราะได้อยู่กับผู้ที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง

หลังการสั่งสมประสบการณ์และการแสดงทักษะในระหว่างที่ทำงานอยู่ที่นี่ ในวันที่สำเร็จการศึกษา เขาสามารถคว้ารางวัลนักเรียนเรียนดีของสาขา ,รางวัลวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม,และ Distiction (เทียบเท่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) มาครอง นอกจากนี้ บริษัทที่เคยไปร่วมทำงานสมัยเป็นนักศึกษายังเสนองานให้เขาได้เป็นพนักงานแบบเต็มตัวหลังเรียนจบอีกด้วย

 

ปัจจุบัน คุณนนทวัฒน์ทำงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และยังไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง โดยได้เขียนไว้ในท้ายโพสต์ว่า

ผมอยากให้กำลังใจทุกๆความฝัน
แค่คุณเชื่อว่าคุณทำได้ มีจุดหมายที่ชัดเจน
สู้กับมันอย่างเต็มที่.. และเรียนรู้ที่จะทำมันให้สำเร็จ
สุดท้ายแล้ว.. วันๆ นึง คุณจะทำมันได้จริงๆ

 

ดังนั้น หากคุณเองก็มีความฝัน เราหวังว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่ทำให้คุณมีไฟสู้ในการพิชิตความฝันนั้นมาครอบครอง :)

 

ที่มา: PL Nontawat

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...