เรียนรู้ 10 เคล็ดลับ ใส่ส้นสูงอย่างไรไม่ให้ ‘ปวดเท้า’ และ ‘ระบม’

รองเท้าส้นสูงนับว่าเป็นหนึ่งในไอเทมที่สาวๆ หลายคนขาดไม่ได้ เพราะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้สาวๆ รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น และปัญหาที่ตามมากับการใส่ส้นสูงก็คือปัญหาการปวดเท้า ทำให้การสวมใส่รองเท้าส้นสูงนั้นกลายเป็นปัญหากวนใจ

วันนี้เราก็มีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำในการหลีกเลี่ยงอาการปวดเท้า และระบม จะมีวิธีไหนน่าสนใจบ้างนั้น เราไปติดตามกันเลย!!

 

 

1. ใช้เทปติดนิ้วเท้านิ้วกลาง และนิ้วนางไว้ด้วยกัน

วิธีนี้จะช่วยลดแรงกดทำให้สวมใส่รองเท้าส้นสูงได้สบายมากขึ้น

 

2. ใช้ลิปบาล์มทาบริเวณเอ็นร้อยหวาย

หากเอ็นร้อยหวายมีอาการปวด หรือบาดเจ็บอาจจะทำให้อาการปวดนี้ลามไปถึงน่องได้ การใช้ลิปบาล์มทาบริเวณดังกล่าวจะช่วยให้ผิวหนังที่สัมผัสรองเท้านุ่ม และลื่นขึ้น

 

3. ใช้ดรายแชมพู หรือสเปรย์ดับกลิ่นก่อนสวมรองเท้า

สเปรย์จะช่วยให้เท้าเกิดความชุ่มชื้น ลดเหงื่อ และป้องกันการเสียดสีระหว่างเท้าและรองเท้า

 

4. ควรเลือกซื้อรองเท้าคู่ใหม่ในช่วงเย็น

ก่อนซื้อรองเท้าคู่ใหม่คุณควรไปเลือกซื้อในช่วงเย็น และควรเดินอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้เท้าขยายขนาดให้เต็มที่ เพื่อที่จะได้รองเท้าคู่ที่พอดีกับเท้า และใส่แล้วไม่ปวดเท้านั่นเอง

 

5. ไม่ควรใส่รองเท้าที่เพิ่งซื้อใหม่ไปออกงาน

รองเท้าที่เลือกใส่ออกงานสำคัญๆ ควรเป็นรองเท้าที่คุณได้ลองใส่จนคุ้นชินสักระยะ เพื่อป้องกันอาการปวดเท้าที่ตามมาได้

 

6. ใส่ก้อนสำลีในรองเท้า

เมื่อใส่ส้นสูงเป็นระยะเวลานานๆ อาจจะเริ่มมีอาการปวด หากคุณใช้สำลีหนุนบริเวณนิ้วเท้า จะทำให้ใส่รองเท้าสบายขึ้น

 

7. แช่รองเท้าในตู้เย็นก่อนนำมาใส่

การนำรองเท้าไปแช่เย็นจะช่วยให้รองเท้าปรับเข้ารูปกับเท้า และสวมใส่สบายมากขึ้น

 

8. เลือกซื้อรองเท้าที่มีคุณภาพ

การเลือกซื้อรองเท้าไม่ควรเห็นแก่ราคาที่ถูก แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพของรองเท้าเป็นอันดับแรก เพราะสิ่งนี้จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเมื่อใส่ไปนานๆ แล้วเท้าเราจะไม่มีอาการปวด หรือระบมตามมา

 

9. ใส่แผ่นรองเท้าเพื่อป้องกันอาการปวดเท้า

แผ่นรองเท้าจะช่วยซับพอร์ตเท้า ให้สวมรองเท้าได้อย่างสบาย และลดอาการปวดเมื่อยจากการสวมใส่นานๆ

 

10. เลือกรองเท้าโดยพิจารณาความสูงของส้นเท้า และระยะห่างระหว่างพื้นรองเท้ากับส้นเท้า

รองเท้าส้นสูงที่ใส่แล้วจะไม่ปวดเท้าคือส้นสูงที่มีระยะห่างระหว่างพื้นรองเท้ากับส้นรองเท้าไม่แคบจนเกินไป และพื้นรองเท้าต้องค่อยๆ ลาดเอียงสูงขึ้น(ไม่เป็นเส้นตรง)

 

วิธีไหนลองแล้วได้ผล อย่าลืมมาแชร์กันนะ :)

 

ที่มา:  brightside, spiceee

loading...

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...