มาดูรายได้ของผู้นำ 13 ประเทศทั่วโลก ที่มีตั้งแต่ 1 ดอลลาร์ไปจนถึง 60 ล้านบาท!!

เงินเดือนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่หลายๆ คน ต้องพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ก่อนจะเลือกสมัครงานหรือรับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เพราะค่าแรงที่ได้มาควรคุ้มค่ากับความยาก – ง่ายของงานที่ต้องทำ

ยิ่งเป็นตำแหน่งระดับผู้นำประเทศอย่างเหล่านายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี ยิ่งทำให้ผู้คนต่างสงสัยว่าค่าตอบแทนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อการเข้ารับตำแหน่งที่เต็มไปด้วยความเครียด ควมกดดัน และมีงานยุ่งตลอดเวลาแบบนั้น?

เรามาดูกันว่าเงินเดือนของเหล่าผู้นำใน 13 ประเทศทั่วโลกจะเป็นตัวเลขเท่าไหร่กันบ้าง แต่บอกได้เลยว่าในบางประเทศ ประธานาธิบดีได้เงินเดือนน้อยกว่าที่คุณคาดไว้ซะอีก

 

13. Donald Trump ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา : 1 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 30 บาท)

Donald Trump ปฏิเสธเงินเดือนประธานาธิบดี 400,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 12.4 ล้านบาท) และรับเงินเดือนแค่ 1 ดอลลาร์ต่อปี (โดยที่ยังทำงานเท่าเดิม)

โชคดีคือเขาคือมีเงินสำรอง 3 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 93,700 ล้านบาท)ดังนั้นเขาจึงสามารถที่จะทำงานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน ก่อนหน้า Trump, Herbert Hoover และ John F. Kennedy ต้องทำงานฟรี

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกาคือ 1,160 เหรียญ (ประมาณ 36,200 บาท)

 

12. Petro Poroshenko ประธานาธิบดีของประเทศยูเครน : 12,220 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 38,100 บาท)

ประธานาธิบดียูเครนมีรายได้ 12,220 เหรียญต่อปี (ประมาณ 38,100 บาท) ตามที่ Forbes รายงานว่า Petro Poroshenko เป็นหนึ่งในหก คนร่ำรวยที่ที่สุดในยูเครน ทรัพย์สมบัติของเขามีมูลค่าถึง 1.3 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท)

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในยูเครนคือ 133 เหรียญ (ประมาณ 4,100 บาท)

 

11. Xi Jinping ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน : 20,500 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 640,000 บาท)

Xi Jinping มีรายได้ปานกลาง 20,593 เหรียญต่อปี (ประมาณ 643,000 บาท) และเขามีเงินเดือนตั้งแต่ปี 2015 เมื่อเพิ่มขึ้น 62%!

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำที่ประเทศจีนอยู่ที่ 150 – 300 เหรียญและขึ้นอยู่กับกฎหมายแต่ละจังหวัด (ประมาณ 4,600 – 9,300 บาท)

 

10. Sauli Niinistö ประธานาธิบดีฟินแลนด์ : 146,700 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4.5 ล้านบาท)

หนึ่งในประธานาธิบดีของประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกที่ได้รับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 เขามีรายได้ 146,700 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4.5 ล้านบาท)

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในฟินแลนด์ไม่จำกัด ตามกฎหมายและตามแหล่งที่มาอื่นๆ ประมาณ 2,000 เหรียญ (ประมาณ 62,000 บาท)

 

9. Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซีย : 151,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4.7 ล้านบาท)

Vladimir Putin มีรายได้ 151,032 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 4.7 ล้านบาท)

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในรัสเซียคือ 140 เหรียญ (ประมาณ 4,300 บาท)

 

8. Theresa May นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร : 198,500 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)

ผู้นำหญิงในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมเนียมและมารยาทคนนี้ มีรายได้ 198,500 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)

เธอชอบรองเท้า และมีคอลเลกชันขนาดใหญ่ ที่แต่ละคู่จะถูกเก็บไว้ในกล่องโปร่งใสเพื่อให้เธอไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหารองเท้าที่จำเป็น

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในสหราชอาณาจักรคือ 1,569 เหรียญ (ประมาณ 49,000 บาท)

 

7. Emmanuel Macron ประธานาธิบดีฝรั่งเศส : 211,500 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 6.6 ล้านบาท)

เงินเดือนของประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศสคือ 211,530 ดอลลาร์(ประมาณ 6.6 ล้านบาท)

ก่อนที่เขาจะมีอาชีพทางการเมือง Macron ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการธนาคาร เขาได้รับฉายาว่าเป็น “Mozart of Finance” และค่าคอมมิชชั่นของเขาอยู่ที่ประมาณกว่า 1 ล้านเหรียญต่อปี

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในฝรั่งเศสคือ 1,758 เหรียญ (ประมาณ 54,900 บาท)

 

6. Jimmy Morales ประธานาธิบดีกัวเตมาลา : 232,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 7.2 ล้านบาท)

อดีตนักแสดงตลกและนักแสดง Jimmy Morales ประธานกัวเตมาลาเป็นผู้นำระดับสูงสุดในหมู่ประเทศละตินอเมริกาที่มีเงินเดือน 231,000 เหรียญ (ประมาณ 7.2 ล้านบาท) หลังจากที่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี เขาบรรลุข้อตกลงการรณรงค์และมอบเงิน 60% ให้กับองค์กรการกุศล

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำที่กัวเตมาลาอยู่ที่ประมาณ 200 เหรียญ (ประมาณ 6,200 บาท)

 

5. Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี : 263,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 7.2 ล้านบาท)

เงินเดือนของ Angela Merkel อยู่ที่ 263,000 เหรียญต่อปี (ประมาณ 7.2 ล้านบาท)

เธอปฏิเสธที่จะอาศัยอยู่ในอาคารบริหารและเลือกจะอยู่ในอาคาร 5 ชั้นธรรมดาในใจกลางกรุงเบอร์ลินแทน

ค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในเยอรมนีคือ 1,780 เหรียญ (ประมาณ 55,600 บาท)

 

4. Justin Trudeau นายกรัฐมนตรีแคนาดา : 267,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 8.3 ล้านบาท)

เงินเดือนของนายกรัฐมนตรีแคนาดาอยู่ที่ 267,415 ดอลลาร์ต่อปี(ประมาณ 8.3 ล้านบาท)

เมื่อปีที่แล้วเขามีวันหยุดพักผ่อนในบาฮามาสซึ่งเป็นของเพื่อนเศรษฐีชื่อเจ้าชาย Karim Aga Khan เรื่องนี้ทำให้เกิดเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองและข้อสงสัยว่าเจ้าชายมีอิทธิพลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศแคนาดา Trudeau ออกคำขอโทษและสัญญาว่าจะระมัดระวังมากขึ้น

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในแคนาดาขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละจังหวัด แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 1,400 เหรียญ (ประมาณ 43,700 บาท)

 

3. Malcolm Turnbull นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย : 403,700 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 12.6 ล้านบาท)

นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย Malcolm Turnbull มีรายได้ 403,745 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 12.6 ล้านบาท)

เขาตัดสินใจที่จะไม่ลดเงินเดือนของเขาในขณะที่ Donald Trump ทำแม้ว่าเขาจะเป็นมหาเศรษฐีอยู่แล้วก็ตามจากการเป็นอดีตนายธนาคารและนักธุรกิจ

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในออสเตรเลียคือ 1,900 เหรียญ (ประมาณ 59,300 บาท)

 

2. Doris Leuthard ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ : 437,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 13.6 ล้านบาท)

ตำแหน่งของประธานาธิบดีในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้นและจะมีอายุการดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งปี

เงินเดือนของ Doris Leuthard ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่สองอยู่ที่ 437,000 เหรียญต่อปี (ประมาณ 13.6 ล้านบาท) ซึ่งเท่ากับเงินเดือนของรัฐมนตรีท่านอื่นๆ

ค่าจ้างขั้นต่ำในสวิสเซอร์แลนด์ไม่จำกัด ตามกฎหมายมีเฉพาะ Canton of Neuchâtel ซึ่งอยู่ที่ 20 เหรียญต่อชั่วโมง (ประมาณ 625 บาท)

 

1. Lee Hsien Loong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ : 2.2 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 68.7 ล้านบาท)

Lee Hsien Loong ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากบิดาของเขา Lee Kuan Yew ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้เศรษฐกิจของสิงคโปร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว

เขามีเงินเดือนสูงสุดในบรรดาผู้นำของโลก : 2.2 ล้านเหรียญต่อปี (ประมาณ 68.7 ล้านบาท) นายกรัฐมนตรีคิดว่าเงินเดือนของเขา “ยุติธรรมและเหมาะสม”

งบประมาณรวมของรัฐบาลของประเทศซึ่งรวมถึง 31 คนคือ 53 ล้านเหรียญต่อปี (ประมาณ 1,655 ล้านบาท)

ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำในสิงคโปร์ไม่จำกัด ตามกฎหมายและข้อมูลที่ไม่เป็นทางการก็คือประมาณ 1,000 เหรียญ (ประมาณ 31,200 บาท)

 

อาจเป็นตัวเลขที่ฟังดูแล้วน่าประหลาดใจ แต่ด้วยการทำงานที่หากเราไม่อยู่ตรงจุดนั้นคงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าการต้องแบกรับความกดดันและความหวังของคนทั้งประเทศจะทำให้ต้องเสี่ยงต่อโรคทางสุขภาพและภัยทางการเมืองมากแค่ไหน ค่าตอบแทนเหล่านี้ก็อาจจะคุ้มค่าแล้ว

ที่มา : brightside.me

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...