“10 คำที่ควรหลีกเลี่ยงในการสัมภาษณ์งาน” เพราะอาจจะทำให้ตกสัมภาษณ์ได้ง่ายๆ!!

ในการสมัครเข้าทำงาน ขั้นตอนที่ถือได้ว่าสำคัญที่สุดนั่นก็คือ การสัมภาษณ์งาน ไม่ว่าจะเป็นจากนายจ้างโดยตรง หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักผู้สมัครให้ได้มากที่สุดนั่นเองครับ

 

ซึ่งในบทความนี้ผมก็มีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับ 10 คำที่ควรหลีกเลี่ยงในการสัมภาษณ์งาน มาฝากเพื่อนๆกัน ซึ่งคำเหล่านี้อาจจะดูเหมือนไม่น่าจะสำคัญอะไร แต่มันอาจจะทำให้เพื่อนๆถูกคัดชื่อออกได้ง่ายเลยละครับ

 

Job_Interview_Cliches1

 

1. Um.. (เอิ่ม..)

คำว่า “เอิ่ม..” เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจและไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอในการสัมภาษณ์งาน ซึ่งปัญหาหลักคือ เพื่อนๆจะไม่รู้ตัวเลยเวลาพูดออกไป แต่ถ้าหากลองอัดเสียงแล้วลองเอามาฟังใหม่ อาจจะต้องตกใจเมื่อพบว่าได้พูดคำว่า “เอิ่ม” ไปบ่อยมากๆ

 

2. Kinda (แบบว่า)

คำนี้ไม่เพียงแค่ทำให้เราดูไม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังจะทำให้การตอบคำถามดูไม่ชัดเจนและคลุมเครือ และทำให้เราดูเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเองอีกเช่นกัน

 

3. Hate (เกลียด)

หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “เกลียด” เพราะไม่มีใครรู้สึกดีแน่ๆ เวลาที่ได้ยินใครสักคนพูดคำว่าเกลียด และถ้าหากนายจ้างได้ยินคำนี้ รับรองว่าเขาจะต้องไม่ประทับใจในตัวเพื่อนๆอย่างแน่นอน

 

4. Any Curse Word (คำสาปแข่ง)

เป็นคำที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลเช่นกันเดียวกันกับคำว่า hate นั่นเอง คือจะสร้างความไม่น่าประทับใจให้กับตัวของเพื่อนๆเอง

 

5. Amazing! (สุดยอดไปเลย!)

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อนายจ้างพูดว่า “We just spent $20 million on a brand new office fit-out.” แทนที่เพื่อนๆจะพูดโพล่งออกไปว่า “Amazing!” ให้หยุดคิดสักนิดนึงแล้วค่อยตอบออกไปอย่างฉลาดว่า “That must have done wonders for employee satisfaction.” จะทำให้ดูเป็นคนมีความคิดมากกว่า

 

6. Whatever (อะไรก็ได้)

โดยทั่วไปคำนี้มักจะถูกใช้เวลาที่คิดอะไรไม่ออก หรือไม่มีความเห็น นั่นหมายถึงมันจะแสดงให้นายจ้างเห็นว่า เราเป็นคนไม่มีความคิดความอ่าน ไม่มีไอเดีย เพราะฉะนั้นให้หลีกเลี่ยง และคิดหาคำตอบอื่นที่เข้าท่าจะดีกว่า

 

7. Learn (เรียนรู้)

อย่าพูดให้นายจ้างเด็ดขาดว่า เหตุผลที่มาสมัครทำงานนี้ ก็เพื่อที่จะ “เรียนรู้” มันอาจจะจริงที่เพื่อนๆต้องการที่จะเรียนรู้ แต่สำหรับนายจ้างแล้ว เขาต้องการคนที่มีความสามารถในการทำงาน มากกว่าคนที่เพิ่งจะมาทำงานเพื่อเรียนรู้

 

8. Motivated (แรงบันดาลใจ)

รวมไปถึงคำอื่นๆที่มีความหมายคล้ายๆกันเช่น “self-starter” and “enthusiastic.” ซึ่งเหตุผลก็เช่นเดียวกับคำว่า “learn” นั่นเอง

 

9. Sure (แน่นอน)

คำตอบที่ว่า “sure” นั้น เพื่อนๆอาจจะคิดว่ามันหมายถึง “ใช่” แต่จริงๆแล้วคำนี้จะให้เซ้นท์ของความหมายว่า “เกือบจะใช่” นั่นหมายความว่า มันอาจจะทำให้เราดูเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจ แทนที่จะตอบว่า “sure” ให้ตอบว่า “yes” หรือ “no” ไปเลยจะดีกว่า

 

10. Perfectionist (มนุษย์สมบูรณ์แบบ)

หากนายจ้างถามถึงจุดอ่อนหรือข้อด้อย ก็ให้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าเรามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง พร้อมกับบอกไปว่ายินดีที่จะปรับปรุงแก้ไขตัว ไม่ควรที่จะตอบว่า “ไม่มีข้อด้อย” เพราะจะทำใหดูเหมือนว่าเป็นคนหลงตัวเองจนเกินไป

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...