Ralph Lauren จากเด็กหนุ่มผู้ยากจน สู่หนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดในอเมริกา

Ralph Lauren เด็กหนุ่มที่ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันก่อนเรียนจบ เนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัว เขาต้องมารับอาชีพเป็นพนักงานในร้านขายเสื้อชื่อ Brooks Brothers ในปี 1964

 

polo1

 

Ralph ชอบดูนิตยสารต่างๆ และเป็นคนช่างสังเกต เขาจะสังเกตุลูกค้าผู้มีอันจะกินทั้งหลายที่เดินเข้ามาในร้านเขา ว่าผู้คนเหล่านั้นชอบแต่งตัวอย่างไรและอะไรที่กำลังอินเทรนด์หรือตกเทรนด์ไปแล้ว เขาจะจดสิ่งที่เขาเห็นไว้ทุกวันเสมอ

 

หลังจากทำงานได้สองปี เขาเห็นว่าเนคไทแบบกว้างสไตล์ยุโรปกำลังจะเป็นที่นิยม จึงได้ออกแบบเนคไทเหล่านั้นเพื่อไปนำเสนอให้กับผู้จัดการร้าน Brook Brothers แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ โดยผู้จัดการร้านบอกว่าเนคไทหน้าตาเห่ยๆพวกนี้ไม่มีคนรสนิยมดีที่ไหนอยากใส่หรอก เขาจึงคิดว่าการทำงานที่นี่ไม่เหมาะกับเขาอีกต่อไป

 

ด้วยความมั่นใจในแบบของเนคไทที่ออกแบบมาก เขาจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานขายของ Brooks Brothers และมาตั้งบริษัทของเอง โดยมีโต๊ะและจักรเก่าๆหนึ่งตัว เขาเริ่มต้นซื้อเศษผ้าราคาไม่แพงแต่มีลวดลายแบบที่ต้องการมาเพื่อมาทำเป็นเนคไท และนำเนคไทที่เย็บเองไปฝากขายที่ร้านแห่งหนึ่งในเมือง

 

polo3

 

วันหนึ่ง Buyer ของ Neiman Marcus มาเห็นเนคไทของเขาแล้วชอบใจมาก จึงสั่งซื้อทีเดียว 100 โหล เมื่อได้มีโอกาสไปวางขายในห้างดัง ออเดอร์ก็ไหลมาเทมา

 

Ralph รับออร์เดอร์ทั้งหมดทั้งๆที่รู้ว่าอาจจะทำส่งให้ไม่ทัน แต่ก็ยอมอดนอนหามรุ่งหามค่ำเพื่อที่จะมีโอกาสขายของในห้างนี้ให้ได้ เมื่อมีออเดอร์มาเขาไม่เคยปฏิเสธว่าทำไม่ทันแม้แต่ครั้งเดียว เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ส่งของให้ลูกค้าให้ได้

 

ไม่กี่ปีถัดมาหลังจากที่เนคไทของเขาเป็นที่รู้จักของตลาดเป็นอย่างดีแล้ว เขาก็เริ่มขยายกิจการมาสู่เสื้อผ้า โดยเริ่มจากเสื้อผ้าผู้ชายแล้วจึงขยายสู่เสื้อผ้าผู้หญิง

 

polo2

 

ในปี 1972 เขาได้ออกแบบเสื้อยืดคอปกแขนสั้นและปักรูปม้าอยู่ที่หน้าอกข้างซ้าย โดยทำออกมา 24 สี เสื้อตัวนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรเสื้อผ้าขนาดยักษ์ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยเรารู้จักเสื้อตัวนี้ในชื่อของ เสื้อโปโล

 

ปัจจุบันบริษัทของเขามีร้านค้าภายใต้แบรนด์ Ralph Leuren กระจายอยู่ในเมืองสำคัญๆทั่วโลก และทำรายได้มากกว่า 6000 ล้านเหรียญต่อปี มีทรัพย์สินกว่า 240,000 ล้านบาท และเป็น 1 ใน 100 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา 

 

เมื่อมีคนถามถึงเคล็ดลับในความสำเร็จของเขา เขาจะตอบสั้นๆว่า “I don’t design clothes, I design dreams.”

ที่มา:  marketingeverythingbook

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...