ตำรวจญี่ปุ่น ตำรวจเพื่อชุมชน ทำงานเพื่อชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง

สืบเนื่องจากกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่ง ที่เจ้าของกระทู้ได้เขียนเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับตำรวจญี่ปุ่น Wegointer ก็เลยอยากที่จะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจญี่ปุ่นให้เพื่อนๆอ่านกัน แต่ก่อนอื่นจะขอเล่าเรื่องจากกระทู้ดังกล่าวแบบย่อๆก่อนแล้วกันนะครับ

 

Screen-Shot-2557-03-21-at-8.36.58-AM

 

เรื่องมีอยู่ว่า จขกท. ปั่นจักรยานไปซื้อข้าวปั้นที่ 7-eleven โดยจอดจักรยานไว้หน้าร้าน หลังจากใช้เวลาซื้อข้าวปั้นไม่ถึง 3 นาที พอกลับออกมาจากร้านก็พบว่าจักรยานได้หายไป  ซึ่งจักรยานก็เป็นเพียงแค่คันเก่าๆเท่านั้น สาวแคชเชียจึงช่วยโทรแจ้งตำรวจให้

 

ไม่นานตำรวจก็มา แต่แทนจะขี่มอไซมาแบบตำรวจญี่ปุ่นทั่วไป กลับมาเป็นรถเก๋งตำรวจ 3 คันติดไฟไซเรนมาแต่ไม่เปิดเสียง โดยตำรวจสอบถามรายละเอียดเยอะมาก ในขณะตำรวจที่เหลือก็ออกกันตามหาจักยานพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด

 

หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุผู้ต้องสงสัยในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ตำรวจดังกล่าวก็รุดไปที่จุดดังกล่าวทันที แต่เมื่อเจอรถจักรยานแล้วก็ยังไม่จบแค่นั้น ตำรวจยังพยายามหารอยนิ้วมือคนร้าย พร้อมทั้งลงบันทึก และตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ไม่เพียงเท่านั้น ในตอนปั่นจักรยานกลับ ตำรวจก็ขับรถตำรวจตามไปส่งที่ 7- eleven เนื่องจากกลัว จขกท. จำทางกลับไม่ได้ โดยมี 2 คัน คุมด้านหน้า และอีก 3 คันปิดท้าย ช่างประทับใจจริงๆเลยใช่ไหมละครับ

 

สำหรับใครที่อยากอ่านแบบเต็มๆ สามารถไปอ่านได้ที่
ขอเล่าประสบการณ์ สดๆร้อนๆ นั่งรถตำรวจญี่ปุ่นละกัน ข้อหา???

 

kob6

 

มาถึงตอนนี้ เพื่อนๆอาจจะคิดว่า ทำไมตำรวจญี่ปุ่นต้องทำเวอร์ซะขนาดนั้น? จริงๆแล้วตำรวจญี่ปุ่นทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ โดยตำรวจญี่ปุ่นจะมีความใช้ชิดกับชุมชนมาก ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อชุมชน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง

 

ตำรวจญี่ปุ่น มีรูปแบบของหน่วยงานขนาดเล็กชนิดหนึ่ง และเป็นตัวอย่างของรูปแบบการทำงานที่อยู่บนพื้นฐานของแนวคิด ตำรวจเพื่อชุมชน Community Policing ซึ่งเป็นปรัชญาการทำงานขององค์กรตำรวจทั่วโลกในปัจจุบัน

 

kob1

 

กลไกที่ว่านี้ก็คือ ระบบป้อมยาม Police Box System ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นมีป้อมตำรวจ หรือที่เรียกว่า โคบัง koban ตั้งอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ๆ จะมีถี่มาก

 

ซึ่งระบบนี้เป็นที่ยอมรับจนหลายประเทศนำไปศึกษาและใช้เป็นต้นแบบในการประยุกต์ปรับปรุงพัฒนาระบบป้อมยามจนประสบความสำเร็จอย่าง NPP (Neighborhood Police Post)ในสิงคโปร์ครับ

 

kob3

 

สัดส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อประชากรน้อยในประเทศญี่ปุ่น ถือว่าน้อยกว่าประเทศไทยเสียอีกครับ แต่อาชญากรรมกลับมีน้อย และที่น่าสนใจคือประเทศญี่ปุ่นมีบทเรียน ประสบการณ์ในเรื่องตำรวจเพื่อชุมชน (Community Policing) มานานแล้ว

 

ในอดีต ประเทศญี่ปุ่นเคยมีการรวมตัวกันของกลุ่มครัวเรือนในการดูแลความสงบเรียบร้อยในการป้องกันอาชญากรรมภายในชุมชน ที่เรียกว่า โกนินกูมิ gonin-gumi ซึ่งรวมเอาสมาชิก 5 หลังคาเรือนเข้าเป็นกลุ่ม คอยช่วยเหลือแก้ปัญหา โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

แม้ว่า gonin-gumi จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่นับได้ว่าเป็นรากเหง้าของวิถีวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นในการดูแลความเรียบร้อยของชุมชนจนปัจจุบัน โดยที่ตำรวจยังคงบทบาทเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการควบคุมดูแลชุมชนต่างๆครับ

 

kob4

 

ที่สำคัญคนญี่ปุ่นหรือตำรวจญี่ปุ่น จะไม่มองตำรวจหรือประชาชนแบบ แบ่งแยกเราและเขา (us versus them) โดยพลเรือนญี่ปุ่นจะรู้สึกยินดีที่เห็นตำรวจอยู่ใกล้ๆ

 

ด้วยลักษณะพื้นฐานสังคมแบบนี้ ตำรวจญี่ปุ่นก็เลยมุ่งเน้นไปที่การช่วยชุมชนในการแก้ไขขจัดปัญหาต่างๆอย่างเต็มที่ เพราะปัญหาเล็กๆเรื่องหนึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่และบานปลายไปสู่ปัญหาอื่นๆตามมา

 

kob5

 

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งของตำรวจญี่ปุ่น คือ การสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาจากประชาชนโดยยึดถือหลัก ภาระรับผิดชอบ Accountability เป็นหลักการทำงาน

 

มีการกระจายอำนาจให้แก่ ชุมชนที่รับผิดชอบ มีการสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชน กลุ่มคน ร้านค้า วัด โรงเรียน สมาคมต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลต่างๆ มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา และช่วยกำหนดแผนการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ

 

kob7

 

สรุปก็คือ ตำรวจญี่ปุ่นจะยึดหลักของ Community Policing 2 หลักใหญ่ๆ คือ

 

1. การทำงานร่วมกันในการเป็นหุ้นส่วน Partnership เป็นความร่วมมือกันเหมือนเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทที่ดูแลชุมชนและสังคมของตน ประชาชนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของตำรวจและตำรวจทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งขิงประชาชน

 

2. การมุ่งเน้นการแก้ปัญหา Problem solving Policing ถ้าไม่แก้ปัญหา ปัญหาย่อมไม่หมดหรือลดลงไป หรือจากปัญหาเล็กๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

 

ข้อมูลจาก: gwattanasin.blogspot.com

 

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ....

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply