10 เรื่องที่ต้องรู้ว่าทำไมราคาทริปล่องเรือสำราญ ถึงแพงกว่าที่คิดไว้ตอนแรก

ทริปล่องเรือเป็นอีกหนึ่งการท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับราคา แม้ปัจจุบันเสน่ห์ของการล่องเรือสำราญกำลังจืดจางลงไปเรื่อยๆ แต่กระนั้น ทริปสุดหรูก็ยังคงมีความน่าสนใจ และดูเป็นประสบการณ์ที่เร้าใจไม่น้อย

มาดูกันสิว่า เหตุใดการล่องเรือสำราญถึงมีราคาแพงมาก แม้ว่าตอนแรกคุณจ่ายเงินรวมค่าที่พัก อาหาร และความบันเทิงต่างๆ แต่หลังจากจบทริปกลับทำเอาขนหน้าแข้งแทบร่วงซะงั้น

 

1. แอลกอฮอล์ไม่รวมอยู่ใน “แพ็คเกจรวมทุกอย่าง”

ในเงื่อนไข “รวมทุกอย่าง” อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากส่วนใหญ่แอลกอฮอล์แทบจะไม่รวมอยู่ในแพ็คเกจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทริปล่องเรือสำราญที่ราคาไม่แพงมาก

 

2. Port Fee

เรือไม่ได้แล่นไปทั่วแบบฟรีๆ โดยค่าธรรมเนียมท่าเรือครอบคลุมไปถึงค่าผ่านทาง ค่าตรวจสอบเรือ ค่าตรวจคนเข้าเมือง การจัดการสัมภาระขณะลงเรือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้โดยสารไม่ทันได้พิจารณาเมื่อตอนจองทริป ค่าธรรมเนียมที่แตกต่างนั้นขึ้นอยู่กับเรือสำราญบางเจ้า และขนาดของเรือ

จำนวนเงินที่แน่นอนจะถูกคำนวณ และหารด้วยจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดของเรือ แต่เรือสำราญบางเจ้าก็มีวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมนี้แตกต่างกัน

 

3. ไปคนเดียวต้องจ่ายเยอะกว่าปกติ

กิจกรรมต่างๆ บนเรือ บรรยากาศสวยๆ และผู้คนมากหน้าหลายตาไม่ทำให้คุณรู้สึกเหงาโดดเดี่ยวก็จริง ทว่าการจองทริปล่องเรือคนเดียวอาจแพงมากกว่าที่คิด เนื่องจากห้องพักในเรือส่วนใหญ่ให้พักสองคนต่อหนึ่งห้อง ดังนั้น จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับห้องที่มาคนเดียว ค่าบริการเสริมนี้อาจมีค่าตั้งแต่ 10% ถึง 100% ของค่าใช้จ่ายสำหรับการล่องเรือ

 

4. ราคา Wi-Fi ประมาณ 45 เหรียญต่อชั่วโมง (ประมาณ 1,400 บาท)

การอัปโหลดลงโซเชียลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเที่ยวมีสีสัน แต่การเชื่อมต่อ Wi-Fi มักมาพร้อมกับราคา 45 เหรียญต่อชั่วโมง (ประมาณ 1,400 บาท) แต่เรือสำราญบางเจ้าอาจเสนอการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ถูกกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของสัญญาณด้วย

 

5. การให้ทิปเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ตั้งแต่การทำความสะอาดห้องพัก ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเลานจ์ ดังนั้น ก่อนจะเริ่มเดินทางจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจส่วนนี้อย่างถี่ถ้วน

 

6. กาแฟฟรี แต่สำหรับลาเต้ต้องจ่ายเพิ่ม

หากผู้โดยสารต้องการดื่มลาเต้แทนกาแฟธรรมดา ก็ต้องจ่ายเพิ่ม โดยทั่วไปเรือสำราญมีน้ำประปา น้ำผลไม้ นม และกาแฟให้ดื่ม หากต้องการน้ำเปล่าเป็นขวดผู้โดยสารก็ต้องจ่ายเอง

 

7. เอาไวน์ไปเองต้องจ่ายค่าเปิดขวด

ในขณะที่เรือสำราญบางเจ้าอนุญาตให้ผู้โดยสารนำไวน์ หรือแชมเปญไปได้หนึ่งขวด แต่สำหรับบางเจ้าจะคิดค่าเปิดขวดเพิ่มหากคุณนำไปเอง

 

8. หากพลาดขึ้นเรือไม่ทันตอนเทียบท่า คุณจะถูกคิดเงินเพิ่ม

ต้องเป็นฝันร้ายแบบลืมไม่แน่ๆ หากคุณพลาดไม่ทันขึ้นเรือตอนเทียบท่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นผู้โดยสารจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด

ซึ่งมีทางเลือกอยู่ 2 วิธีหากนักท่องเที่ยวถูกทิ้งไว้ที่ท่าเรือคือ ติดต่อตัวแทนที่ท่าเรือเพื่อไปล่องเรือตามเดิม หรือไม่ก็เดินทางกลับบ้านไปเลย

 

9. แพ็คเสื้อผ้าให้พอใส่

ควรเตรียมเสื้อผ้าไปให้พอตลอดทริปการเดินทางเลยยิ่งดี เนื่องจากค่าบริการซักรีดบนเรือแพงเอาการอยู่

 

10. ยกเลิกการจอง

เรือสำราญแต่ละเจ้ามีนโยบาลยกเลิกการจองที่แตกต่างกัน โดยเรือส่วนใหญ่จะเรียกเก็บเงินเต็มจำนวนหากยกเลิกภายใน 14 วันหรือน้อยกว่า 14 วันก่อนเรือจะออกเดินทาง

 

ที่มา:   ranker

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...