นี่คือ 10 เหตุการณ์ Culture Shock ที่นักเรียนไทย ได้ไปพบเจอในต่างประเทศ!!

การที่บุคคลหนึ่งไปอยู่ในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างจากวัฒนธรรมเดิมที่คุ้นเคย ก็อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Culture Shock อย่างเช่นกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้

 

 

1. การเรอเสียงดังในที่สาธารณะ

อันนี้จะเป็นประเทศในแถบเอเชียที่เจอเองกับตัวซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเวลาหลังทานอาหาร ตอนแรกๆเราก็ตกใจว่าไปอ้วกดีกว่าไหมถ้าเรอดังขนาดนี้ แต่หลังๆเริ่มชิน ทีนี้เราก็เอามั่งว่ะ 555

 

2. ไม่อาบน้ำ

โดยเฉพาะประเทศที่มีอุณหภูมิต่ำ นักเรียนจะเห็นเพื่อนๆหรือคนรู้จัก ไม่อาบน้ำเป็นวันๆ หรือหลายๆวันเลยละ เพราะด้วยอากาศที่หนาวมาก ทำให้คนที่นี่ไม่ค่อยมีเหงื่อออกก็ไม่มีกลิ่นหรือสกปรก (อันนี้แอบไม่เห็นด้วย เพราะบางคนก็เหม็นจริง) ค่าน้ำแพง (อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเหตุผลหลักไหมนะ 555) ทำให้คนเค้าไม่ค่อยอาบน้ำกันบ่อยๆ ก็อัดน้ำหอมกันแทนเนอะ

 

3. จามหรือสั่งน้ำมูกเสียงดัง

เป็นเรื่องปกติของคนที่ต่างประเทศเลยที่จะไม่ค่อยมีการสูดน้ำมูกกลับเข้าไปคืน (สูดกลับเข้าไปคืนถือว่าเป็นเรื่องแปลกของบ้านเค้าเลยละ) ตรงกันข้าม ผู้คนที่ต่างประเทศจะสั่งน้ำมูกกันทุกที่ ทุกเวลาที่เค้ามีน้ำมูก ไม่ว่าจะเป็นตามร้านอาหารที่คนนั่งทานอยู่ หรือเป็นรถไฟฟ้าที่มีคนแน่นๆ มาแรกๆจะค่อนข้างช็อคแต่นานๆไปจะเห็นและได้ยินบ่อยจนชิน

 

4. ไม่กดชักโครกตอนกลางคืน

ในกรณีนี้กล่าวถึงการปล่อยเบาเท่านั้นนะ ซึ่งคนที่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศอังกฤษ จะมีการอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว หรือแชร์กับเพื่อนๆ ใครๆก็ตาม เพราะเค้าถือว่าการลุกขึ้นมาปล่อยเบาตอนกลางคืนและการกดชักโครกจะเป็นการรบกวนการนอนหรือพักผ่อนของสมาชิกในบ้าน เพราะชักโครกจะส่งเสียงดังรบกวน และด้วยกำแพงที่แสนจะบางของบ้านที่ต่างประเทศ ทำให้ได้ยินเสียงชักโครกไป 3บ้าน 8 บ้าน ดังนั้นจะเค้าจะปล่อยเบาแต่ไม่กดชักโครกทันทีในตอนกลางคืน แต่จะจะลุกขึ้นมากดตอนเช้าแทน

 

 

5. การทานอาหารของคนอื่น

ถ้านักเรียนที่มาเรียนที่ต่างประเทศมีเพื่อนๆชาวต่างชาติเยอะ คงต้องมีบ้างที่เห็นเพื่อนๆชาวต่างชาติบางคนไม่รังเกียจที่จะทานอาหารของเราที่เราทานเหลือ หรือแม้กระทั้งบางครั้ง เราไปทานอาหารกับเพื่อนๆ แล้วโต๊ะข้างๆเห็นเราทานเหลือเค้าก็มาของทานของเรา (เคยเจอ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ใช่ขอทานนะ เป็นคนทำงานปกติที่อยากลองอาหารที่เราสั่ง แต่ไม่อยากเสียเงินสั่งทั้งจาน เพราะอาจจะกินไม่ได้)

 

6. การล้างจานแบบ Hardcore

ฝรั่งในต่างประเทศจะนิยมล้างจานด้วยเครื่องล้างจาน เพราะจะประหยัดน้ำและน้ำยากว่า แต่ถ้าเป้นการล้างจานด้วยมือเหมือนบ้านเรา พวกเค้าบางคนจะล้างด้วยน้ำยา และจะล้างน้ำเลป่าแบบผ่านๆ คือล้างผ่านๆแบบยังมีฟองติดอยู่แล้วเอามาตากเลย แรกๆเราก็เคยถามเค้าว่าทำไมไม่ล้างฟองออกให้หมด กินเข้าไปไม่แย่รึ เค้าก็บอกว่าไม่อันตรายหรอก ไม่งั้นเค้าไม่ทำมาให้เราล้างจานหรอก อีกอย่างเท่าที่ทราบ (ไม่แน่ใจข้อมูลมากนะครับ) ที่ต่างประเทศน้ำยาล้างยาบ้านเค้าจะไม่แรงเท่าบ้านเรา บางประเทศเป็นแบบไม่ต้องล้างน้ำเปล่าก็มี

 

7. การใช้เท้าแบบขั้นสูง

คนต่างชาติที่นี่ไม่ถือเรื่องการใช้เท้าแทนมือ 555 จะเห็นเพื่อนๆชาวต่างชาติหลายๆคนวางเท้าไว้บนโต๊ะ บนเก้าอี้รถไฟ ใช้เท้าเขี่ยของให้กัน เป็นเรื่องปกติ แต่นักเรียนไทยอย่างเราถือมาก แต่จริงๆเราว่าขึ้นอยู่แต่ละบุคคลนะ ถ้าเราไม่ได้ไปทำอย่างงี้ต่อให้คนที่แก่กว่าก็ไม่น่าจะซีเรียสอะไรมากนะ

 

 

8. การกอด จูบในที่สาธารณะ

ที่ต่างประเทศจะเห็นการทักทายของเพื่อนๆแบบเอาแก้มชนแก้ม หรือของคู่รักจูบปากกัน แรกๆนักเรียนไทยจะเหวอมาก แต่ก็แอบๆมอง 555 หลังๆดูจนเบื่อเพราะเป็นเรื่องปหติของคนที่นี่จะจะแสดงความรัก ด้วยกสนกอดจูบกันในที่สาธารณะ แต่ไม่ได้มีการทำอะไรเกินเลยนะ

 

9. ตรงไปตรงมา

ที่ต่างประเทศอย่างประเทศอเมริกา คนอเมริกันจะเป็นคนตรงไปตรงมา ต้องการอะไรจะบอกเราเลย ไม่มีอ้อมค้อมให้เสียเวลา อยากกินก็บอกอยากกิน ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ไม่มีมาเกรงใจหรืออาย เพราะด้วยวัฒนธรรมของเค้าที่เป็นคนเปิดเผย มั่นใจในตัวเอง จึงทำให้คนในประเทศเค้าไม่ค่อยแคร์อะไรมากแต่จริงใจนะ

 

10. ร้านค้าในต่างประเทศปิดเร็วมาก

ส่วนใหญ่จะเป็นทางฝั่งยุโรปและออสเตรเลีย ปกติแล้วจะปิดตอนประมาณ 5-6 โมงเย็น (บางช่วงอาจจะปิดดึกกว่าเดิม อย่างช่วงซัมเมอร์หรือช่วงเทศกาลลดราคา) ซึ่งนักเรียนไทยที่ติดนิสัยชอบกินหรือช้อปปิ้งตอนเย็นๆก็อดไปตามระเบียน ต้องกลับมาบ้านนั่งสั่งพิซซ่าหรือช้อปปิ้งออนไลน์แทน

 

ที่มา: kaplaninternational

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...