ตัวช่วยแจ้งเกิดสำหรับมือใหม่! ชี้เป้า 10 เว็บไซต์สร้างโปรไฟล์+ลงผลงานทางออนไลน์ ใช้งานฟรี!!

ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงาน พอร์ตโฟลิโอล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างความประทับใจ โดยเฉพาะในการสมัครเข้าร่วมโครงการ ทุนการศึกษา หรือแม้แต่การสมัครงานในบริษัทส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม เราเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีทักษะด้านการออกแบบ หรือบางครั้งก็อาจมีช่วงเวลาที่ “คิดไม่ออก” ว่าควรใส่อะไรลงไปในพอร์ตของเราบ้าง ควรออกแบบยังไงให้ดูน่าสนใจ สะดุดตาแต่ไม่รกจนเกินไป หรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุนี้เราจึงได้คัดสรรจัดหา 10 เว็บไซต์ตัวช่วยที่จะทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์พอร์ตโฟลิโอออนไลน์ในสไตล์ที่ชื่นชอบได้แบบง่ายๆ แถมใช้งานได้ฟรี! ที่สำคัญยังสามารถลงผลงานเพื่อสร้างเป็นรายได้ได้อีกด้วย

มาดูกันเลยค่ะ :D

 

 

เว็บไซต์สร้างพอร์ตโฟลิโอที่เหมะสำหรับนักเขียนอิสระ

1. Journo Portfolio

มีจุดเด่นที่ดีไซน์อันทันสมัย โฉบเฉี่ยว และดูเป็นมืออาชีพ มีธีมให้คุณเลือกใช้งานได้มากถึง 9 แบบ ทั้งยังทำงานร่วมกับ Google Analytics หรือใช้เครื่องมือวิเคราะห์ในตัวของ Journo เพื่อวัดผู้เยี่ยมชมทางออนไลน์

ข้อดี:

– แสดงการแก้ไขแบบเรียลไทม์

– ทำงานร่วมกับ Google Analytics

– มีธีมที่สร้างไว้ล่วงหน้า สามารถเลือกใช้ได้

– เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ

 

ข้อเสีย:

– สามารถใช้ได้ฟรีสูงสุดแค่ 10 งาน

– หากต้องการปลดล็อกใช้งานได้ไม่จำกัดต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

 

2. Muck Rack

เว็บไซต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยหลังจากสร้างพอร์ตโฟลิโอของคุณแล้วสามารถกลับมาแก้ไขในภายหลังได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทหรือองค์กรที่น่าสนใจเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้สมัครงานอีกด้วย

ข้อดี:

– เหมาะสำหรับสายนักข่าว

– มีระบบอัปเดตโปรไฟล์อัตโนมัติ การแจ้งเตือนข่าวสาร และบทความสำหรับติดตามเรื่องที่คุณสนใจ

– ใช้งานง่าย

 

ข้อเสีย:

– อาจมีปัญหาเรื่องการจัดรูปแบบบางอย่างเมื่ออัปโหลดเนื้อหาจาก Excel

– ไม่มีระบบเครื่องมือการรายงานและการตรวจสอบอื่นๆ

 

3. WordPress.com

เป็นแพลตฟอร์มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากที่สุด นอกจากเนื้อหาหลักแล้วคุณยังสามารถสร้างบล็อกที่มีหน้าพอร์ตโฟลิโอแยกต่างหากได้ฟรี แถมยังมีธีมฟรีมากกว่า 100 ธีมเพื่อสร้างบล็อกที่ไม่ซ้ำใครได้อีกด้วย

ข้อดี:

– เหมาะสำหรับบล็อกเกอร์

– สร้างหน้าพอร์ตแยกจากบล็อกได้

– มีธีมฟรีมากกว่า 100 แบบ

– มีใบรับรอง SSL และคุณสมบัติ JetPack เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์

 

ข้อเสีย:

– แบบใช้งานฟรีจะพ่วงมาด้วยการติดโฆษณาทางออนไลน์

– พื้นที่เก็บข้อมูลจำกัดที่ 3 GB

 

เว็บไซต์สร้างพอร์ตโฟลิโอที่เหมะสำหรับนักออกแบบ

4. Behance

หนึ่งในเว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอออนไลน์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด ช่วยให้คุณจัดระเบียบงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเชื่อมโยงกับบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณได้ด้วย

ข้อดี:

– เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีไอเดียในการออกแบบงานสร้างสรรค์

– สามารถรับข้อเสนอแนะจากผู้ติดตามได้

– เชื่อมต่อกับบัญชีโซเชียลมีเดีย ช่วยให้เห็นถึงความสนใจที่ผู้คนมีต่อคุณ

 

ข้อเสีย:

– แบบใช้งานฟรีมีตัวเลือกการออกแบบและฟีเจอร์ที่จำกัด

– การแสดงมุมมองและการกดถูกใจอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่จะถูกปัดตกหากไม่ได้รับความนิยม

 

5. Adobe Portfolio

หากคุณมีสมาชิก Creative Cloud อยู่แล้ว Adobe Portfolio เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสร้างเว็บไซต์หน้าเดียวหรือแกลเลอรีงานทั้งหมด

ด้วย Adobe Portfolio คุณสามารถตั้งค่าพอร์ตโฟลิโอที่ทันสมัยและปรับแต่งได้ในเวลาไม่กี่นาที แถมยังสามารถใช้ร่วมกับ Behance และ Adobe Lightroom เพื่อนำเข้างานที่ทำไว้แล้วมาปรับใช้ได้

ข้อดี:

– สามารถสร้างผลงานได้ทั้งแบบเว็บไซต์หลายหน้าหรือหน้าเดียว

– มีธีมให้เลือกใช้หลากหลาย

– ทำงานร่วมกับ Behance และ Adobe Lightroom ได้

 

ข้อเสีย:

– สามารถใช้ได้ฟรี กรณีเป็นสมาชิกของ Creative Cloud เท่านั้น

 

6. Crevado

หนึ่งในเว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอฟรีที่ง่ายที่สุด มีเครื่องมือหลากหลายให้สามารถใช้งานและอัปโหลดงานอื่นๆ ของคุณเพื่อจัดเรียงใหม่ได้ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานบนโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ตได้ด้วย

ข้อดี:

– ใช้งานง่าย สามารถลากและวางได้

– มีระบบการออกแบบที่ตอบสนองโฮสติ้งที่ปลอดภัยและการรับรอง SSL

– สามารถใช้งานร่วมกับ PayPal และ Fotomoto ช่วยให้คุณขายงานได้

 

ข้อเสีย:

– การใช้งานฟรีจะไม่สามารถลบลายน้ำหรือลิงก์ Crevado ในส่วนท้ายของเว็บไซต์ได้

 

7. Pixpa

แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ DIY แบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถสร้างผลงานได้อย่างมืออาชีพ เหมาะทั้งสำหรับนักเขียนอิสระ และเจ้าของธุรกิจ มีฟังก์ชั่นหลากหลายแม้ว่าคุณจะไม่รู้เรื่องการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย

ข้อดี:

– ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

– มีเครื่องมือ SEO ที่กว้างขวางช่วยให้คุณเพิ่มแท็กและข้อมูลที่กำหนดเองได้

– มีระบบความปลอดภัย SSL ในทุกเว็บไซต์

– สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ทั้งผ่านทางอีเมลและแชทแบบเรียลไทม์

 

ข้อเสีย:

– กำหนดชื่อโดเมนเองไม่ได้

– ไม่มีบริการฟรีหลายฟังก์ชัน

 

เว็บไซต์สร้างพอร์ตโฟลิโอที่เหมาะสำหรับช่างภาพ

8. Flickr

เว็บไซตืชื่อดังที่เป็นคลังภาพถ่ายนับหลายพันล้านรูปและมีสมาชิกเข้ามาร่วมแบ่งปันผลงานจำนวนมากในแต่ละวัน

ข้อดี:

– เหมาะสำหรับช่างภาพมือใหม่

– เป็ุนชุมชนช่างภาพที่ยอดเยี่ยม สามารถติดต่อกับผู้อื่นและค้นหาแรงบันดาลใจได้

 

ข้อเสีย:

– จำกัดรูปแบบรูปภาพ GIF, PNG และ JPEG เท่านั้น

– จำกัด 1,000 รูปภาพในการใช้บริการฟรี

– ฟังก์ชั่นการทำพอร์ตไม่ค่อยมี

 

9. Portfoliobox

Portfoliobox คือเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่ออกแบบมาสำหรับช่างภาพโดยเฉพาะ และเป็นตัวเลือกที่ดีในการสร้างแกลเลอรีที่ดูเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีลิงก์อีคอมเมิร์ซที่ให้คุณขายภาพพิมพ์หรืองานศิลปะอื่นๆ ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ (โดยไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น)

ข้อดี:

– เหมาะสำหรับช่างภาพในทุกระดับ

– สามารถขายผลงานได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชัน

– ใช้รูปแบบที่แตกต่างกันได้ในทุกหน้า

 

ข้อเสีย:

– ไม่มีฟังก์ชันการลากและวาง

– ตัวเลือกการปรับแต่งมีจำกัดสำหรับอีคอมเมิร์ซ

 

10. YouPic

เว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถลงผลงาน ซื้อขายภาพถ่าย รวมทั้งสร้างโปรไฟล์เพื่อให้เป็นที่รู้จักได้อย่างง่ายดาย

ข้อดี:

– ใช้งานได้ง่าย เป็นแหล่งรวมช่างภาพที่มีชื่อเสียง

– สามารถขายผลงานได้โดยไม่มีค่าคอมมิชชัน

– สามารถติดลิขสิทธิ์ภาพถ่ายบน blockchain ได้

 

ข้อเสีย:

– ต้องอัปเกรดเป็นสมาชิกระดับพรีเมียมก่อนจึงจะสามารถใช้ปรโมตงานของคุณได้

 

บอกเลยว่านอกจากจะใช้งานได้ฟรี และไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเปิดโอกาสดีๆ มาให้กับคุณอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานใหม่ โอกาสมีชื่อเสียง หรือประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินก็ตาม

ใครสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงก์ที่แนบไว้นะคะ :>

 

ที่มา: Hubspot

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...