7 สิ่งที่หนุ่มไทยเรียนรู้จากประสบการณ์ “ครูแลกเปลี่ยน” ที่ประเทศออสเตรเลีย

ประเทศออสเตรเลียถือเป็นอีกหนึ่งปลายทางที่ใครหลายคนตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากไปเรียนต่อ ด้วยสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพ

นอกจากผู้เรียนแล้ว ในฐานะ “ผู้สอน” การได้ทดลองไปหาประสบการณ์การสอนในออสเตรเลียก็ถือเป็นอีกหนึ่งการเปิดโลกให้กว้างขึ้น วันนี้เรามีเรื่องราวของ ครูทิว – ธนวรรธน์ สุวรรณปาล ครูไทยที่ได้รับโอกาสนั้นมาให้ได้อ่านกัน

 

 

ในปี 2018 ครูทิวได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Australia-ASEAN BRIDGE School Partnerships Project 2018 ในฐานะ “ครูแลกเปลี่ยน” เดินทางไปเรียนรู้งานสอนที่ประเทศออสเตรเลีย

นี่คือ 7 เรื่องที่น่าสนใจจากประสบการณ์ในครั้งนี้

 

 

1. การวางระบบให้ครูได้สอนอย่างเต็มที่

ครูทิวได้เล่าถึงแนวคิดการเรียนการสอนที่ครูทุกคนมีหน้าที่ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว สิ่งที่คุณต้องทำคือการวางแผนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ส่วนภาระงานเอกสารอื่นๆ หรือการเฝ้าเวรยามจะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างได้ครอบคลุม

สิ่งนี้ช่วยให้คุณครูสามารถสอนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องพะวงถึงงานอื่นๆ นอกเหนือไปจากนั้น

 

2. การจัดตารางเรียนให้มีความสมดุล

ในหนึ่งวันจะมีการจัดตารางเรียนให้ไม่หนักจนเกินไป โดยในแต่ละห้องจะมีนักเรียนประมาณ 25 คนเพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ส่วนของคาบเรียนจะแบ่งออกเป็น 6 คาบ ดังนี้

– 2 คาบแรกช่วงเช้า (คาบละ 60 นาที) จากนั้นพัก 20 นาที

– อีก 2 คาบช่วงก่อนพักกลางวัน (คาบละ 50 นาที) พักเที่ยง 50 นาที

– คาบบ่ายอีก 2 คาบ (คาบละ 40 นาที)

– ทุกวันอังคารไม่มีเรียนคาบบ่าย ให้นักเรียนทุกคนเปลี่ยนไปเข้าคลับกีฬาแทน

– ทุกวันพฤหัสบดี มีช่วงของการชุมนุมพบปะให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นเลิกเรียนประมาณบ่าย 3 โมง

สิ่งเหล่านี้เพื่อให้เด็กๆ ไม่เหนื่อยล้า ทั้งยังมีเวลาที่จะได้เรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ

 

3. การสนับสนุนด้านการศึกษา

ในโรงเรียนจะมีอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Laptop HP รวมทั้งการสนับสนุนด้านอื่นๆ ให้ใช้งานได้ในทุกชั่วโมงเรียน

ทั้งนี้ ค่าสนับสนุนจะถูกรวมเข้าไปกับค่าเทอม ทำให้ผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายจากการหาอุปกรณ์ และทำให้เด็กๆ ได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้อย่างทั่วถึง

 

4. การยกเลิกกฎระเบียบที่จะขัดขวางความคิดสร้างสรรค์

หนึ่งในสิ่งที่สนับสนุนในเรื่องนี้คือการที่คุณครูเองไม่จำเป็นต้องสวมใส่เครื่องแบบตลอดเวลา (เว้นแต่มีงานสำคัญ) สิ่งนี้ช่วยให้พวกเขามีเวลาเอาไปทำอย่างอื่น และชุดที่ใส่สบายยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานอีกด้วย

 

5. การปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้รอบด้านผ่านประสบการณ์จริง

ครั้งหนึ่งครูทิวเล่าว่าได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์กับทางโรงเรียน เด็กๆ สามารถเล่นกิจกรรมโลดโผนได้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ (ตามความสมัครใจ) โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาคอยให้ความรู้เรื่องความปลอดภัย

สิ่งนี้ช่วยให้เด็กนักเรียนที่นี่ค้นหาตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังพึ่งพาตัวเองได้แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

6. การเชื่อมต่อกับผู้ปกครองเพื่อคุณภาพของเด็ก

มีการจัดงาน Open House ที่โรงเรียนเพื่อให้ผู้ปกครองมาเยี่ยมชมหลังเลิกเรียน ช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าโรงเรียนได้วางแนวทางการเรียนรู้ไว้อย่างไร ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน

 

7. การสนับสนุนครูผู้สอน

นอกเหนือจากการตัดงานที่ไม่จำเป็นแล้ว ครูทุกคนยังได้มีเวลาหยุดพักเพื่อใช้ชีวิตส่วนตัว ทั้งยังออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสมทั้งสำหรับตัวเองและเด็กแต่ละคนได้

สิ่งนี้ช่วยพัฒนาทักษะรอบด้านให้ก้าวหน้า ไม่ต้องกดดัน และทำให้สามารถสร้างสรรค์บทเรียนที่มีประสิทธิภาพได้อย่างน่าทึ่ง

 

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาดีๆ ที่น่าสนใจนำมาถอดหลักสูตรสร้างโมเดลใหม่ในบ้านเรามากๆ

หากใครสนใจอยากอ่านเรื่องเต็มๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊ก ธนวรรธน์ สุวรรณปาล ได้เลยค่ะ :)

 

ที่มา: ธนวรรธน์ สุวรรณปาล

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...