รู้หรือไม่? เทศกาลวันแห่งความรักมีอิทธิพลจากการเฉลิมฉลอง ‘Lupercalia’ อันแสนโหดร้าย!!?

หลายคนอาจติดภาพจำว่าเดือนกุมภาพันธ์ คือเดือนแห่งเทศกาลวันแห่งความรัก แต่รู้หรือไม่ว่าความเชื่อที่มาของมันนั้นมีกรอบความคิดที่หลุดไปจากเรื่องของความรักเยอะเลยล่ะ ซึ่งวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ :)

 

 

เทศกาล Lupercalia คืออะไร?

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับเทศกาล Lupercalia กันก่อน มันคือเทศกาลนอกรีตโบราณที่จัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ของทุกปีที่กรุงโรม

อย่างที่รู้กันดีว่าวันวาเลนไทน์นั้นมาจากชื่อนักบุญผู้เสียสละอย่าง Saint Valentine แต่นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าแท้จริงแล้ววันวาเลนไทน์ถูกพัฒนามาจากเทศกาลนี้ต่างหาก

อย่างไรก็ตาม เทศกาล Lupercalia กลับไม่มีอะไรใกล้เคียงกับวันวาเลนไทน์ในปัจจุบันเท่าไหร่ เพราะมันเป็นการเฉลิมฉลองด้วยการบูชายัญสัตว์ เต็มไปด้วยการนองเลือดที่โหดร้าย รวมถึงการจับคู่แบบสุ่ม การมีเพศสัมพันธ์เพื่อขับไล่วิญญาณชั่วร้ายและภาวะมีบุตรยาก เป็นต้น

เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ? ว่าทำไมเทศกาลแบบนี้ถึงกลายมาเป็นวันแห่งความรักไปได้? ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันต่อเลย

 

 

ที่มาของเทศกาล Lupercalia

ไม่มีใครรู้ที่มาที่ชัดเจนของเทศกาลนี้ แต่มีการย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตศักราช ตามตำนานของโรมัน กษัตริย์สมัยโบราณอย่าง Amulius ได้สั่งให้โยนหลานชายฝาแฝดผู้ก่อตั้งกรุงโรมนามว่า Romulus และ Remus ลงแม่น้ำ Tiber เพื่อลงโทษที่แม่ของทั้งสองเลือกครองตัวเป็นโสด

อย่างไรก็ตาม คนรับใช้ที่ทำหน้าที่นั้นกลับสงสาร จึงวางฝาแฝดไว้ริมแม่น้ำแทน ก่อนที่เทพเจ้าแห่งแม่น้ำจะพาทั้งสองไปไว้ใต้ต้นไม้ และได้รับการช่วยเหลือและดูแลโดยหมาป่าตัวหนึ่งในถ้ำแถว Palatine Hill ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงโรม

ต่อมาฝาแฝดทั้งสองได้รับการเลี้ยงดูจากคนเลี้ยงแกะและภรรยา ได้เรียนรู้การค้าขาย วางแผนสังหารลุงที่สั่งฆ่า และพบกับถ้ำของหมาป่าที่เลี้ยงพวกเขามา พร้อมตั้งชื่อบริเวณนั้นว่า Lupercal

ด้วยเหตุนี้เองจึงเชื่อว่า Lupercalia เกิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หมาป่าผู้เลี้ยงดู และเพื่อศักการะเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ของโรมันอย่าง Lupercus

 

 

พิธีกรรมบวงสรวงในเทศกาล

พิธีกรรม Lupercalia เกิดขึ้นที่ถ้ำ Lupercal บน Palatine Hill และภายในสถานที่ประชุมสาธารณะกลางแจ้งของโรมันที่เรียกว่า Comitium เทศกาลเริ่มต้นที่ถ้ำ Lupercal ด้วยการบูชายัญสุนัข และแพะตัวผู้ ซึ่งเป็นตัวแทนของเรื่องเพศ

การบูชายัญดำเนินการโดย Luperci กลุ่มนักบวชโรมัน เริ่มต้นจากนักบวช 2 คนต้องเปลือยกายเพื่อทำพิธี ก่อนจะใช้มีดบูชายัญกรีดเลือดของสัตว์ที่ถูกบวงสรวงและนำเลือดมาเจิมที่หน้าผากนักบวช หลังจากนั้นเลือดจะถูกลบออกด้วยขนแกะที่แช่น้ำนม

 

 

 

งานเลี้ยงหลังจากพิธีกรรมบวงสรวง

ในสมัยกรุงโรมโบราณ งานเลี้ยงจะเริ่มหลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง และกลุ่มนักบวช Luperci จะตัดแถบหนังแพะที่เรียกว่า Februa เพื่อเปิดงาน

จากนั้นพวกเขาจะวิ่งเปลือยกายไปรอบๆ บริเวณ Palantine hill เพื่อหวดผู้หญิงด้วยสายหนัง Februa เพราะเชื่อว่าจะทำให้สืบพันธุ์ได้และมีลูกดก ผู้หญิงหลายถึงกับรอต่อคิวให้โดนหวดแต่โดยดี

นอกจากนี้ในเทศกาล Lupercalia ยังมีอีกกิจกรรมหาคู่ที่น่าสนใจ คือผู้ชายจะสุ่มเลือกชื่อผู้หญิงจากขวดโหลเพื่อทำความรู้จัก สร้างสัมพันธ์ในช่วงเทศกาลนี้ หลายๆ คู่ก็อยู่ด้วยกันจนถึงเทศกาลในปีถัดไป บางคู่ก็ตกหลุมรัก และแต่งงานกัน

 

 

ประวัติวันวาเลนไทน์

เอาล่ะค่ะ รู้จักกับเทศกาล Lupercalia กันแบบคร่าวๆ ไปแล้ว มารู็จักประวัติวันวาเลนไทน์กันบ้างดีกว่า :)

มีตำนานมากมายเกี่ยวกับชีวิตของ Saint Valentine ที่นิยมมากที่สุดคือในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ระหว่างศตวรรษที่ 3 ชายคนหนึ่งชื่อ Valentine ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยจักรพรรดิแห่งโรมัน Claudius II หลังจากถูกจำคุกเนื่องจากช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ถูกข่มเหง และทำพิธีแต่งงานให้คู่รักคริสเตียน

ในระหว่างถูกคุมขัง เขาพยายามเปลี่ยนใจให้ Claudius เปิดรับศาสนาคริสต์ แต่เขากลับโกรธมาก และไม่เชื่อในศรัทธานั้น จึงสั่งประหารชีวิต Saint Valentine

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ขณะเขาถูกขัง เขาก็ได้ให้ความรู้แก่ลูกสาวของผู้คุมที่ตาบอดชื่อว่า Julia ตำนานกล่าวว่าพระเจ้าได้ทำให้สายตาของเธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากที่เธอและ Valentine อธิษฐานร่วมกัน

ในวันก่อนการประหารชีวิต เชื่อว่าเขาได้เขียนจดหมายถึง Julia และลงนามในจดหมายว่า “From your Valentine.”

แม้จะมีความคลุมเครือเกี่ยวกับประวัติชีวิตของ Saint Valentine แต่คริสตจักรคาทอลิกก็ประกาศให้เขาเป็นนักบุญ และระบุว่าเขาเป็นผู้พลีชีพในนิกายโรมันคาทอลิกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์

 

 

วาเลนไทน์เกี่ยวอะไรกับเทศกาลนี้?

หลายคนอาจสงสัยว่ามันเกี่ยวกันได้อย่างไร คร่าวๆ คือ Saint Valentine กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักไปโดยปริยาย และในช่วงปลายศตวรรษที่ 5 สมเด็จพระสันตปาปา Gelasius I ได้ยกเลิกการเฉลิมฉลองเทศกาล Lupercalia ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมนอกรีตศาสนา

ก่อนจะประกาศให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองการพลีชีพของ Saint Valentine แทน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในหลักศาสนานั่นเอง

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง นักวิชาการในพระคัมภีร์ไบเบิลสมัยใหม่บางคนได้เตือนคริสเตียนว่าอย่าฉลองวันวาเลนไทน์เลย เพราะคิดว่ามีพื้นฐานมาจากพิธีกรรมนอกรีตมากกว่า

นอกจากนี้ในวันวาเลนไทน์เองก็นำสัญลักษณ์ของเทศกาล Lupercalia มาใช้แม้ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เช่น สีแดงซึ่งหมายถึงเลือด และสีขาวซึ่งหมายถึงน้ำนมที่ใช้เช็ดเลือดให้สะอาด แสดงถึงชีวิตใหม่ และการให้กำเนิด

 

 

จะเห็นได้ว่าเทศกาลและพิธีกรรมของ Lupercalia ตั้งแต่สมัยอดีตนั้นมีอิทธิพลต่อวันวาเลนไทน์เป็นอย่างมาก จนกลายเป็นธรรมเนียมหลักของหนุ่มสาวทั่วโลกในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ในปัจจุบัน

หวังว่าบทความนี้จะให้ความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลวันแห่งความรักให้ทุกคนได้รับรู้นะคะ 💕

 

ที่มา: history

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...