เรื่องราวอีกมุมหนึ่งของ “คลีโอพัตรา” ราชินีโฉมงามแห่งอียิปต์ที่ในหนังสือเรียนไม่เคยสอน

ชื่อเสียงของ “คลีโอพัตรา” เลอค่าทั้งความงาม สติปัญญา และความยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่สุภาพสตรีคนหนึ่งจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวความรักระหว่างราชินีแห่งอียิปต์กับยอดขุนพล “จูเลียส ซีซาร์” และ “มาร์ค แอนโทนี่” หนึ่งในตำนานรักของโลกที่ยังได้รับการกล่าวขวัญถึงทุกวันนี้ ทว่าในอีกหลายแง่มุม ชีวิตของคลีโอพัตราเป็นดังตำราที่ลึกลับที่สุด ซึ่งรอวันให้มีใครสักคนเผยเรื่องราวในนั้นออกมา

ในวันนี้เราจึงได้คัดสรรส่วนหนึ่งที่น่าสนใจจากชีวประวัติของสาวงามคนนี้เพื่อไขความลับที่ยิ่งใหญ่ของราชินีผู้อยู่เหนือชาวอียิปต์ทั้งปวง

 

 

กล่าวกันว่าเสน่ห์ของคลีโอพัตราไม่ใช่ความงามเหนือปฐพีแต่เป็นความเย้ายวนที่ดึงดูดใจ

ราชวงศ์ทอเลเมอิกปกครองอียิปต์เป็นเวลา 275 ปี โดยมีพระนางคลีโอพัตราเป็นทายาทรุ่นสุดท้าย ซึ่งชื่อเต็มๆ ของเธอคือ “คลีโอพัตราที่ 7” นั่นเอง

ตามที่มีบันทึกไว้ รูปโฉมของคลีโอพัตราไม่ได้สวยงามโดดเด่นเช่นที่เราเห็นในจอหนัง ทว่าสิ่งที่ทำให้หนุ่มๆ ชื่นชมและหลงใหลในพระนางมาจากน้ำเสียงทรงเสน่ห์และท่วงท่ายามร่ายรำ

 

 

อย่างไรก็ตามจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีการสันนิษฐานว่าคลีโอพัตรามีรูปจมูกที่ใหญ่ ริมฝีปากค่อนข้างบางและคางแหลม ซึ่งนี่อาจเป็นมาตรฐานความงามในยุคนั้นก็เป็นได้

 

เคล็ดลับความงามของเธอกลายเป็นตำนาน

เสียงเล่าอ้างถึงความงามทรงเสน่ห์ของคลีโอพัตรายังคงเป็นที่นิยมแม้ในปัจจุบัน ทำให้มีหลายแบรนด์ทางความงามเลือกใช้เธอเป็นสัญลักษณ์ บ้างก็กล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ ปรุงตามสูตรความงามที่คลีโอพัตราเคยใช้

ตามตำนานเล่าว่าราชินีแห่งอียิปต์จะอาบน้ำด้วยนมลาอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้งเพื่อรักษาความอ่อนเยาว์ของผิว อายไลเนอร์ยุคอียิปต์โบราณทำจากโคห์ลขีดรอบดวงตา ภาพลักษณ์ของคลีโอพัตราเป็นที่นิยมแม้แต่ในปัจจุบัน นักการตลาดต่างโปรโมทผลิตภัณฑ์เสริมความงามโดยบอกว่าคลีโอพัตราเคยใช้

 

นี่คือเคล็ดลับความงามที่รู้จักกันดีของเธอ

ตามตำนานกล่าวว่าเธอจะอาบน้ำด้วยนมลาอุ่นๆ และน้ำผึ้งเพื่อผิวของเธอ อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์ไม่เคยยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริง

อายไลเนอร์สีดำที่มีชื่อเสียงของคลีโอพัตราไม่ได้มีไว้เพื่อการตกแต่งแต่เพื่อสุขภาพ พวกเขาช่วยเธอหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ตา นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้นำเทรนด์ความงามด้วยการริเริ่มทาปากและแก้มด้วยสีแดงในขณะที่สาวๆ ยุคนั้นนิยมสีนู้ด

เพื่อให้มีผิวที่นุ่มและกระจ่างใส ว่ากันว่าคลีโอพัตราจะใช้น้ำกุหลาบเป็นโทนเนอร์ ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้ำตบกุหลาบในปัจจุบันก็ได้ สำหรับเล็บ เชื่อว่าเธอใช้เฮนน่าแทนสีทาเล็บ อักทั้งเธอยังกินแตงกวาดองเป็นประจำเพราะมันอาจช่วยทำให้เธอมีรูปร่างที่ดีอยู่เสมอ รวมถึงใช้อัลมอนด์เผาไฟเป็นดินสอเขียนคิ้ว!

 

เสน่ห์ที่แท้จริงคือจิตใจอันแข็งแกร่ง

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของคลีโอพัตราถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์คือความใฝ่รู้ที่ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนไหนในยุคนั้น ความรู้ด้านวรรณกรรม ศิลปะ การเมือง และปรัชญาของเธอทำให้คู่สนทนาประหลาดใจ ทั้งยังสามารถเล่นพิณและฮาร์ปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้การเต้นรำของเธอยังได้รับการกล่าวขวัญเป็นอย่างมากพอๆ กับความสามารถในการพูดได้หลายภาษา จนกระทั่งเธอกลายเป็นราชวงศ์ปโตเลเมอิกคนแรกที่ไม่ใช้ล่ามเวลาสื่อสารกับชาวต่างชาติ

อีกหนึ่งเรื่องราวความฉลาดของคลีโอพัตราคือตอนที่พบกับซีซาร์ เธอมัดตัวเองไว้ในกระสอบนอนเพื่อลักลอบเข้าเมืองหลวง และจากการสนทนาในครั้งนั้นทำให้จักรพรรดิแห่งโรมันตกหลุมรักเธอ ต่อมาตามคำสั่งของซีซาร์ รูปปั้นทองคำของคลีโอพัตราถูกวางไว้ในวิหารวีนัสและเธอได้รับการบูชาในฐานะเทพธิดา

 

เธอคือผู้ครอบครองหัวใจของชายผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น

ภายหลังโลกต่างรับรู้ว่าอีกหนึ่งชายผู้มอบหัวใจของเขาให้กับราชินีแห่งอียิปต์คนนี้คือมาร์ค แอนโทนี่ อดีตทหารคู่ใจของจูเลียส ซีซาร์ ถึงขนาดยอมหย่ากับ ออคเทเวีย ภรรยาของเขานั่นเอง

 

ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่ายามเมื่อคลีโอพัตราอยู่กับมหาบุรุษทั้งสองคนนี้ เธอต้องปรับตัวอย่างมาก กล่าวคือเมื่ออยู่กับซีซาร์เขาชื่นชอบที่จะพูดคุยเกี่ยวกับศิลปะวรรณกรรมและการเมืองร่วมกับคนรัก ในขณะที่แอนโทนี่ชื่นชอบให้ภรรยาหาความสุขร่วมกัน คลีโอพัตราเริ่มเล่นลูกเต๋าและเข้าร่วมการล่าสัตว์

อย่างไรก็ตาม ตำนานความรักของพวกเขาได้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจแม้ในปัจจุบัน

 

คลีโอพัตรามักตกเป็นเป้าสนใจอยู่เสมอ

คลีโอพัตราเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวของราชวงศ์ที่ชื่นชอบการเรียนรู้หลากแขนงจนถึงกับละความสนใจในเรื่องของเทพเจ้าและประเพณีเพื่อศึกษาด้านอื่นๆ แทน

 

กล่าวกันว่าเธอเป็นหนึ่งในคนที่มีอารมณ์ขันที่สุด เธอและมาร์ค แอนโทนีสร้างสังคมของตัวเองที่เรียกว่า “Inimitable Livers” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแต่การสังสรรค์ อีกทั้งพวกเขายังชอบที่จะเดินไปตามถนนในอเล็กซานเดรียโดยปลอมตัวและเล่นแผลงๆ กับผู้ที่อาศัยในบริเวณนั้น

นอกเหนือไปจากนี้ คลีโอพัตราเชื่อมั่นว่ากลิ่นสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวใจได้ เธอจึงตั้งโรงงานผลิตน้ำหอมของตัวเอง และเป็นผู้ก่อตั้งสปายุคแรกๆ ของอียิปต์ด้วย

 

คลีโอพัตราเป็นผู้ปกครองคนสุดท้ายของราชวงศ์

เมื่อออคเทเวียน หลานชายของจูเลียส ซีซาร์ และน้องชายของออคเทเวีย อดีตภรรยาของมาร์ค แอนโทนี่ตัดสินใจเปิดสงครามกับอียิปต์และในท้ายที่สุดเขาชนะ

คลีโอพัตราซึ่งในขณะนั้นถูกคุมตัวอยู่และรู้ดีแก่ใจว่าคงไม่มีทางหนีรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้ ดังนั้นในวันสุดท้ายเธอจึงได้จัดงานเลี้ยงให้กับเหล่าผู้ชนะ ซึ่งในระหว่างนั้นมีเรื่องเล่าว่าเธอแอบหนีกลับไปที่ห้องนอนและใช้ยาพิษ (บางเรื่องเล่าว่าใช้งู) เพื่อปลิดชีพตนเอง

คลีโอพัตราคือราชินีคนสุดท้ายแห่งอียิปต์ และการจากไปของเธอเรียกได้ว่ามาพร้อมกับความล่มสลายของอาณาจักรโบราณจนในที่สุดมันก็ถูกยุบรวมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรมัน

 

จะเห็นได้ว่าจากเรื่องราวทั้งหมด ชีวิตของหญิงสาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเต็มไปด้วยแง่มุมที่หลายคนไม่คาดคิด เหนือสิ่งอื่นใด มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าทุกการกระทำ ทุกความรอบรู้ และเสน่ห์ที่รัดตรึงใจทำให้อียิปต์รอดพ้นจากการคุกคามของต่างชาติมาได้แล้วถึง 2 ครั้ง ทั้งยังจากมหาบุรุษผู้เป็นตำนานของโลกอีกด้วย นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ชื่อของคลีโอพัตรายังคงเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

 

ที่มา: brightside

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...