ปริศนาทรงผมราพันเซลของสตรียุควิตอเรีย เพราะอะไรสาวๆ ในยุคนั้นจึงไม่นิยมตัดผม?

เชื่อกันว่าหญิงสาววิคตอเรียเป็นหนึ่งในผู้นำแฟชั่นทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ภาพลักษณ์ของสาวๆ ในยุคนี้มักแต่งกายสวยงาม เสื้อผ้าจากแพรพรรณประดับด้วยอัญมณีและไข่มุก นอกเหนือไปจากนั้น คือเส้นผมยาวสลวยราวกับราพันเซล

สาววิคตอเรียเชื่อว่าเส้นผมนั้นเป็นพลังของผู้หญิง จนกระทั่งมันกลายเป็นธรรมเนียมในสังคมที่เข้มงวดในเรื่องของการตัดผม ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณมาไขปริศนาในเรื่องนี้กัน

 

เส้นผมแสนสวยราวราพันเซล

 

หนึ่งในเครื่องประดับที่ทรงพลังในยุคนั้นคือเส้นผมที่แข็งแรงและแสนสวยของหญิงสาว

 

เหตุผลเพราะมันถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ทางสังคมของชนชั้นสูง

 

ย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ ยุคสมัยที่ความเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป

 

การมีสุขอนามัยที่ดีเป็นสิ่งหรูหราอย่างมาก

 

ดังนั้นผู้ที่สามารถดูแลเส้นผมให้ทั้งสวยและสะอาดจึงเป็นกลุ่มชนชั้นกลางและชั้นสูง ผู้ได้รับสิทธิพิเศษที่สงวนไว้สำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ

 

การสระ ตัด และจัดแต่งทรงผมแต่ละแบบใช้เวลานานเป็นพิเศษ

 

ในยุคนั้นผู้คนจึงพยายามคิดค้นผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมไม่ว่าจะเป็นสารบำรุงเพื่อความเงางามหรือขจัดรังแค

 

โฆษณาของ Harlene ที่โด่งดังจาก Edwards ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่อ้างว่าช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้นได้

 

การไว้ผมยาวมากๆ เช่นนี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงกลายเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงชนชั้นทางสังคมและการเข้าถึงบริการ

 

ในทางกลับกัน ผู้หญิงชนชั้นล่างไม่มีทั้งเวลาที่จะดูแลจัดแต่งทรงผม หรือแม้กระทั่งเงินที่จะใช้ซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

 

ผู้หญิงบางคนถูกล่อลวงให้ตัดผมเพื่อนำไปขาย

 

นอกเหนือไปจากเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสถานะ เส้นผมของหญิงสาววิคตอเรียยังถูกเชื่อถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิงและความน่าดึงดูดใจ

 

ผมของผู้หญิงถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ดังนั้นหญิงสูงศักดิ์จึงมักไม่ค่อยปล่อยผมในที่สาธารณะ

 

เส้นผมของแต่ละคนจะได้รับการดูแลอย่างดีและสงวนไว้สำหรับชื่นชม เว้นเพียงเหล่านางแบบและนักแสดงที่จะสามารถอวดโฉมเส้นผมได้อย่างเต็มที่

 

ทว่า อย่างไรก็ตามสาวๆ วิคตอเรียมักถ่ายภาพกับเส้นผมอย่างภาคภูมิใจในความงามที่เฝ้าทะนุบำรุงมา

 

สรุปคือ ที่มาของราพันเซลในยุคนั้นมาจากการที่เส้นผมของสาววิคตอเรียคือเครื่องประดับชั้นเลิศที่สามารถอวดสู่เพื่อนฝูงในแวดวงสังคมได้ เนื่องจากสาวๆ เหล่านั้นเชื่อในพลังของความงามและเส้นผมคือตัวแทนของสิ่งนั้นที่แสดงให้โลกเห็น นั่นจึงเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้นักประวัติศาสตร์สนใจยุคนี้มากพอๆ กับช่วงเวลาอื่นในอดีต

 

ที่มา: brightside

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...