ย้อนชมภาพวันวาน “ช่วงชีวิตที่ผ่านมา” ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ รัชทายาทบัลลังก์ของอังกฤษ

แม้ว่าในทุกวันนี้ชื่อเสียงของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จะไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากเท่ากับลูกชายทั้งสอง “เจ้าชายวิลเลียม – เจ้าชายแฮร์รี่” แต่พระองค์ก็ยังเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์ที่สื่อให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

ในฐานะรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษที่จะขึ้นครองมงกุฎต่อจากควีนอลิซาเบธที่สอง ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะยังไกลออกไปและประชาชนก็เริ่มคาดหวังว่าหากครองราชย์พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์แบบไหน?

วันนี้เราอยากจะชวนคุณมาย้อนรอยชมช่วงชีวิตของเจ้าชายแห่งอังกฤษพระองค์นี้ มาดูกันว่าภายใต้ชีวิตอันหรูหราซึ่งต้องแบกรับความคาดหวังทั้งจากสำนักพระราชวังและประชาชนนั้น พระองค์เคยผ่านอะไรมาบ้าง?

 

ปี 1971 ทรงรับอิสริยยศเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 ของราชบัลลังก์ หลังทรงสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยทรินิตี้เคมบริดจ์ เจ้าชายก็บินไปที่ RAF Cranwell ใน Lincolnshire เพื่อฝึกเป็นนักบินเจ็ต

 

หลังจากผ่านการฝึกอบรมกองทัพอากาศ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้เริ่มต้นอาชีพในกองทัพเรือ เรือลำแรกที่เข้าร่วมคือเรือพิฆาตนำวิถีร. ล. นอร์โฟล์คในปี 1972

 

ปี 1973 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เสด็จเยือนบาฮามาสเพื่อร่วมงานวันสุดท้ายของหมู่เกาะในฐานะอาณานิคม หลังจากอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของอังกฤษมานานกว่า 300 ปี บาฮามาสก็กลายเป็นประเทศเอกราชในวันที่ 9 กรกฎาคม

 

ในปี 1974 เจ้าฟ้าชายได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในสภา และกลายเป็นเชื้อพระวงศ์พระองค์แรกนับแต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่เจ็ด (ปู่ทวด) ในปี 1884 ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นคนที่ค่อนข้างขี้อาย

 

ปี 1975 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลับไปเคมบริดจ์เพื่อเรียนปริญญาโท

 

ในปี 1976 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์รับหน้าที่ควบคุมเรือลำแรกซึ่งเป็นช่วงปีสุดท้ายของการเป็นทหาร ทั้งยังเป็นปีที่เริ่มก่อตั้งThe Prince’s Trust องค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนหนุ่มสาวที่เปราะบางให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบันองค์กรนี้มีพนักงานมากกว่า 1,100 คนรวมถึงอาสาสมัครกว่าอีก 9,000 คน

 

ปี 1977 ทรงให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการโทรทัศน์ของออสเตรเลียที่ชื่อว่า “Countdown”

 

ปี 1978 ได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME

 

ปี 1980 เข้าพบเเม่ชีเทเรซ่าในอินเดีย ทั้งยังตีพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กที่ชื่อว่า The Old Man of Lochnagar ซึ่งเขียนขึ้นเพื่อเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดน้องชายของเขา

 

ปี 1981 เข้าพิธีอภิเษกกับเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ ซึ่งต่อมาได้รับยศเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขณะนั้นเจ้าฟ้าชายมีอายุ 31 ปี ส่วนเจ้าหญิงอายุได้ 19 ปี

 

ปี 1982 เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ได้ประสูติมาเป็นสมาชิกใหม่ของราชวงศ์ทำให้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่

 

ปี 1983 ออกท่องไปในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ร่วมกับเจ้าหญิงไดอาน่า

 

ปี 1984 เจ้าชายแฮร์รี่ประสูติ

 

ปี 1986 ทั้งคู่เสด็จเยือนกรุงโตเกียว ปนะเทศญี่ปุ่นและรับชมการแข่งขันซูโม่

 

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้กล่าวหลังจากนั้นหลายปีว่า หลังการได้รับเชิญในวันหยุดโดยกษัตริย์สเปน ปี 1987 ชีวิตการแต่งงานระหว่างพระองค์กับเจ้าหญิงไดอาน่าก็มาถึงจุดสิ้นสุด

 

ปี 1990 ได้รับบาดเจ็บจากการตกจากหลังม้าขณะแข่งโปโล ทำให้ต้องรับการผ่าตัดถึงสองครั้ง

 

ปี 1992 แอนดรูว์ มอร์ตัน ได้ตีพิมพ์เรื่อง”Diana: Her True Story” ซึ่งเผยถึงรายละเอียดของการแต่งงานระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า ในเดือนธันวาคมนายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ ประกาศต่อสภาว่าเจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้ตกลงแยกทางกันแล้ว

 

ปี 1993 เริ่มมีข่าวว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กลับมาคบหากับ คามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ แฟนเก่าของเขา

 

ภาพนี้ถูกบันทึกไว้ในปี 1994 เมื่อเจ้าฟ้าชายถูกเจ้าหน้าที่ในซิดนีย์ผลักไปอยู่ในที่ปลอดภัยหลัง David Kang นักเรียนวัย 24 ปียิงปืนเปล่าสองนัดใส่เขาเพื่อประท้วงต่อต้านการรักษาผู้ขอลี้ภัยชาวกัมพูชาในออสเตรเลีย

 

ปี 1995 เจ้าหญิงไดอาน่าได้ให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตการแต่งงานว่าไม่ใช่เรื่องของคนสองคนแต่มีถึงสาม สื่อมวลชนอังกฤษรายงานว่าสมเด็จพระราชินีฯ ได้เขียนจดหมายถึงชาร์ลส์และไดอาน่า กระตุ้นให้พวกเขาเห็นด้วยกับการหย่าตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ปี 1996 แม้ทั้งคู่จะหย่าขาดจากกันแต่ก็ยังได้รับการยกย่องในฐานะสมาชิกของราชวงศ์และยังคงอาศัยอยู่ในพระราชวังเคนซิงตัน

 

ปี 1997 เจ้าหญิงไดอาน่าจากโลกนี้ไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์บินไปปารีสพร้อมกับพี่สาวสองคนของเจ้าหญิงไดอาน่าเพื่อพาร่างของเธอกลับมาลอนดอน

 

ปี 1998 เจ้าฟ้าชายส่งเจ้าชายทั้งสองเข้าสู่รั้ววิทยาลัยอีตันในฐานะนักเรียนประจำ

 

ปี 1999 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับคามิลล่า ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่ The Ritz ในลอนดอน

 

ปี 2003 ถ่ายภาพร่วมกับควีนและเจ้าชายวิลเลียมในขณะรับประทานอาหารเย็นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของราชินีภิเษก

 

ไปเล่นสกีร่วมกับเจ้าชายแฮร์รี่ในเทือกเขาแอลป์สวิสในเดือนมีนาคม ปี 2004

 

ปี 2005 ทรงแต่งงานอีกครั้งกับคามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ โดยที่ควีนและดยุคแห่งเอดินบะระไม่ได้ไปร่วมงานด้วย

 

ปี 2008 ทรงเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 60 พรรษาและเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์คนแรกที่ผ่านเหตุการณ์นี้โดยที่ยังไม่ได้ครองราชย์

 

ปี 2009 ควีนอลิซาเบธที่สองได้มอบเหรียญเกียรติยศ Victoria Royal Horticultural Society ให้เจ้าฟ้าชาย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่สังคมมอบให้เจ้าชายแห่งเวลส์ในฐานะเป็นคนสวนที่กระตือรือร้นและมีความหลงใหลในพืชพันธุ์มาตลอดชีวิต

 

ปี 2011 เข้าร่วมงานพิธีอภิเษกของเจ้าชายวิลเลียมกับเคท มิดเดลตัน

 

ปี 2013 ได้ทรงกลายเป็น “คุณปู่” หลังการประสูติของเจ้าชายจอร์จ ซึ่งพระองค์ได้ทรงเตรียมตุ๊กตาหมีเพื่อมอบให้กับหลานคนแรกของเขา

 

ปี 2014 ออกงานเกม Invictus ซึ่งเป็นงานกีฬาระดับนานาชาติสำหรับนักรบที่บาดเจ็บร่วมกับเจ้าชายทั้งสอง

 

ปี 2018 ทรงเป็นผู้เดินนำเจ้าสาวเมเเกน มาร์เคิล เข้าสู่โถงงานวิวาห์เมื่อเธอเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าชายแฮร์รี่

 

ปี 2019 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปัจจุบันได้กลายเป็นคุณปู่ที่มีหลานชาย 3 คน และหลานสาวอีก 1 คน

 

ปัจจุบันเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มีพระชนมายุ 71 พรรษานั่นทำให้ไม่แน่ว่าในการครองบัลลังก์ของเขาอาจมีระยะเวลาไม่นานเท่ากับควีนอลิซาเบธที่สอง แต่อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจความนิยมในตัวเขาก็ยังมีอยู่มากมาย เราอาจต้องรอติดตามชมวันที่เขาขึ้นครองบัลลังก์เพื่อดูว่าเมื่อเจ้าชายกลายเป็นคิงแล้วจะดูแลประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเรืองอำนาจที่สุดในยุคหนึ่งอย่างไร

 

ที่มา: Insider

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...