คุยกับ “คุณพลอย” สาวข้ามเพศชาวไทยที่มุ่งมั่นตามฝันจนได้เป็นแอร์ฯ Scandinavian Airlines

อาชีพแอร์โฮสเตสคือหนึ่งในความฝันของสาวๆ หลายคน เพราะไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องแบบ ค่าตอบแทน สวัสดิการ รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับ ล้วนแล้วแต่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนสู้เพื่อให้ได้ตามที่ฝัน

 

คุณพลอย อภิเดช กริชกำจร แอร์โฮสเตสวัย 21 ปี สาวข้ามเพศที่สามารถตามความฝันนั้นได้สำเร็จ ด้วยความพยายามจนได้รับการตอบรับเข้าทำงานเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบิน Scandinavian Airlines (SAS)

วันนี้เราอยากจะชวนคุณมาทำความรู้จักสาวคนเก่งคนนี้ให้มากขึ้น พร้อมเรียนรู้จากเรื่องราวของเธอตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถติดปีกได้สำเร็จ

 

ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคุณพลอยเกิดขึ้นตอน 8 ขวบ

ก่อนหน้านี้เธอเกิดและเติบโตที่จังหวัดหนองคาย หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่เกาะสมุย เมื่ออายุได้ราว 5 – 6 ขวบ แล้วก็ไปใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะได้ย้ายไปอยู่นอร์เวย์กับคุณแม่และคุณพ่อบุญธรรม

 

จุดเริ่มต้นความสนใจในอาชีพแอร์โฮสเตส

ตอนเด็กๆ คุณพลอยอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่คุณแม่อยู่ที่เกาะสมุย ทำให้คุณพลอยต้องเดินทางเพื่อไปหาคุณแม่อยู่เสมอ และระหว่างทางนั้นเอง เธอได้รับการดูแลจากพี่ๆ ที่เป็นแอร์โฮสเตส ความประทับใจนั้นได้กลายเป็นจุดหมายของอาชีพในอนาคต ที่เธอวาดฝันว่าจะทำให้สำเร็จ

คุณพลอยเรียนจบจากสาขาการท่องเที่ยวและบริการ และบริหาร เมื่อเรียนจบ เธอได้เริ่มทำงานเป็นพนักงานต้อนรับส่วนหน้าของโรงแรมแห่งหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนไปทำงานเป็นพนักงานภาคพื้นดินของสายการบิน ทำงานได้ราว 2 ปีกว่า

 

เดิมที คุณพลอยสมัครงานเป็นแอร์ฯ มาตั้งแต่อายุได้ 18 ปี แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากสายการบินไหนเลยจนเธอเริ่มท้อ และคิดว่าอาจเป็นเพราะเพศของเธอที่ทำให้หลายที่ไม่ตอบรับ แต่เธอก็ยังไม่ตัดใจ พออายุได้ 19 ปี (ซึ่งในระหว่างนั้น เธอทำงานเป็นพนักงานภาคพื้นดินไปด้วย) เธอก็เที่ยวสมัครงานแอร์ไปหลายที่ จนได้เข้ารอบสัมภาษณ์ แต่ถึงอย่างนั้น ความฝันของเธอก็ยังไม่สำเร็จ

วันที่เกือบจะยอมแพ้ คุณพ่อและคุณแม่เป็นคนให้กำลังใจเธอ คุณแม่ถึงกับบอกว่า “ให้ส่งใบสมัครจนกว่าเขาจะจำชื่อได้ วันนี้ไม่ได้วันข้างหน้าก้ต้องทำได้” ด้วยกำลังใจนี้ ในที่สุด เธอก็ได้รับการตอบรับจริงๆ

 

นอกจากกำลังใจ คุณพลอยเล่าว่าเธอเตรียมตัวอย่างหนักมากจริงๆ กว่าจะถึงวันนี้

เธอเล่าว่า ตอนย้ายไปอยู่ที่นอร์เวย์ ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษานอร์เวย์ เธอไม่เข้าใจเลยสักคำ แต่อาศัยเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผสมกับที่โรงเรียนสอนด้วยภาษาอังกฤษ เธอจึงสามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ดีขึ้น

พอถึงช่วงสมัครงาน เธอใช้เวลาเตรียมตัว 1 เดือนเต็ม ลิสต์คำถามที่ถูกถามบ่อยและแนวโน้มของสิ่งที่น่าจะถูกถามเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งมันได้ผลดีมาก เธอได้รับคำชื่นชมว่าตอบคำถามได้เก่ง แต่ไม่เป็นตัวเอง นั่นทำให้ทุกครั้งที่ถูกสัมภาษณ์คุณพลอยจะถามฟีดแบ็กจากคณะกรรมการ และนำข้อบกพร่องเหล่านั้นมาพัฒนาตัวเอง

 

“สายการบินที่พลอยทำอยู่จะกำหนดส่วนสูง

อยู่ที่ 160-190 (ห้ามขาดห้ามเกิน) แต่ว่าเขาไม่ได้จำกัดน้ำหนัก”

 

ในส่วนของบุคลิกภาพ เธอเล่าว่าที่นอร์เวย์ค่าใช้จ่ายสำหรับการแต่งหน้าทำผมแพงมากๆ เธอจึงเรียนรู้เองจากอินเทอร์เน็ต ส่วนเรื่องของวุฒิการศึกษา ที่นั่นจะไม่ได้ระบุสาขาที่คุณจบมา ขอเเค่จบสูงกว่ามัธยมปลายและเคยมีประสบการณ์ด้านงานบริการมาอย่างน้อย 2 ปี เท่านี้ก็มีสิทธิ์เเล้ว

 

การสมัครจะคล้ายกับการสมัครทั่วไป คือเราต้องยื่นใบสมัครผ่านอินเตอร์เน็ต ส่งเรซูเม่เข้าไป จากนั้นเขาก็จะให้กรอกว่าทำไมคุณถึงเลือกที่จะมาสมัครสายการบินนี้ และทำไมคุณถึงเลือกที่จะมาทำงานนี้ มันจะเป็นเหมือนการเขียนข้อความบรรยาย ประมาณ 1 หน้าเป็นภาษานอร์เวย์ (สายการบินอื่นๆอาจจะเป็นอังกฤษ ขึ้นอยู่กับสายการบิน) จากนั้นเขาก็จะดูว่าเราผ่านเกณฑ์ไหม ประกอบกับดูเรซูเม่

หลังจากนั้นเมื่อเราส่งใบสมัครไปแล้ว ก็จะได้รับข้อสอบ 4 ข้อ มีทั้งข้อสอบคณิต ข้อสอบภาษาอังกฤษ เหมือนโทอิค ข้อสอบบุคลิกภาพซึ่งจะมีเรื่องการบริการด้วยค่ะ และข้อสอบว่าคุณเหมาะสมกับองค์กรไหม

พอสอบเสร็จส่งเสร็จ รอประมาณ 4-5 วันก็จะได้คำตอบว่าเราได้ไปต่อไหม ซึ่งรอบต่อไปก็คือรอบสัมภาษณ์

 

ประสบการณ์วันสัมภาษณ์

วันที่ไปสัมภาษณ์ พลอยจำได้ว่ามันมีคนประมาณ 40-60 คนนี่แหละ ไปถึงเราก็ไม่รู้จักใครเลย ก็พยายามทักทาย เฟรนลี่ คุยกับทุกคน พอเข้าไปเสร็จ เขาก็จะให้แยกเป็นกลุ่ม 3-4 ห้อง ในกลุ่มก็จะมี 4-6 คน แล้วก็จะให้การบ้านมา คือการแก้ปัญหาล่วงหน้า บางกลุ่มก็จะได้การแก้ปัญหาบนเครื่อง ถ้ามีผู้โดยสารเป็นแบบนี้ๆ ต้องทำยังไง บางกลุ่มก็จะได้พวกแบบว่า ว่าเราจะขายของบนเครื่องยังไง เป็นเคสให้เราแก้ปัญหา แล้วกรรมการเขาก็จะเดินดู ทุกโต๊ะ แล้วจดบันทึก บางครั้งเขาก็มายืนฟังแล้วก็จด ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ใส่ใจ เราก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป

พอเสร็จเขาก็จะเรียกตัวไปสัมภาณ์แบบตัวต่อตัว มีกรรมการอยู่ 2 คนค่ะ ส่วนมากคำถามที่พลอยได้ไม่ได้ถามเกี่ยวกับเพศสภาพของพลอยเลยนะ แต่จะเกี่ยวกับเรื่องว่า เราเคยทำอะไรมาก่อน เรียนจบที่ไหน เกี่ยวกับประสบการณ์ บ้างก็ถามว่า เป็นแอร์ฯ นอนน้อย ต้องเดินทางเยอะนะ เธอมีครอบครัวรึเปล่า เธอมีปัญหากับการนอนโรงแรมเยอะๆ รึเปล่า

โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามเกี่ยวกับงานและประสบการณ์ของเรา แล้วเราจะสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ไหม…

 

จุดแข็งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

พลอยว่าจุดแข็งของพลอยก็คือประสบการณ์ที่พลอยเคยมีมา สองคือการศึกษาที่เคยมีมา สามคือภาษา และสุดท้ายคือการที่เราเข้าไปสัมภาษณ์แล้วเราโชว์เขาว่าเรามาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ จิตใจที่บริสุทธิ์ในที่นี้ก็คือการเป็นตัวของตัวเองและการที่เราบอกเขาไปว่าเราเป็นสาวประเภทสองนะ ก็คือมันแสดงให้เห็นว่าเราซื่อสัตย์ต่อองค์กรจริงๆค่ะ

สำหรับสายการบิน SAS ที่คุณพลอยทำงานอยูมีข้อกำหนดให้พนักงานต้องพูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ 1 ภาษาอังกฤษ และ 2 ภาษาสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน ) และเนื่องจากคุณพลอยเป็นคนไทย จึงสามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา (ภาษาไทย อังกฤษ และนอร์เวย์)

 

วันที่ความฝันสำเร็จ

ครอบครัวๆ เพื่อนๆ มาร่วมยินดี โดยเฉพาะคุณแม่ คุณพ่อบุญธรรม เขาเห็นว่าเรามีความพยายามมานาน ทุกคนรู้ว่าพลอยใฝ่ฝันอยากเป็นแอร์ฯมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เพียงแค่ว่าไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้

เหตุผลเพราะ หนึ่งเลย ในไทยยังไม่มีสายการบินไหนที่รับสาวประเภทสองตอนนี้ค่ะ เลยทำให้หมดหวัง แต่พอพลอยทำได้ พวกเขาก็ดีใจด้วย หลายคนบอกพลอยว่า มีคนอื่นๆ ที่มีความฝันอยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นพยาบาล แต่น้อยคนที่จะพาตัวเองไปถึงฝันนั้นได้สำเร็จ…

 

ประสบการณ์บินครั้งแรก

“บินที่กรุงออสโลไปเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนีค่ะ ไฟล์ทแรกเป็นไฟล์ที่ชิลมาก เพราะผู้โดยสารไม่เยอะ ดีใจเพราะถ้าผู้โดยสารเยอะ คงจะตื่นเต้นมากเกินไป แต่นี่เราสามารถรับมือได้

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเพราะเพื่อนร่วมงานรวมถึงครูฝึกสอนและหัวหน้าลูกเรือเป็นมิตรมาก พวกเขาพยายามจะสอนเราให้หมดทุกอย่าง ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น”

 

สวัสดิการลูกเรือ

ลูกเรือของ SAS เวลาเราไปบิน เรื่องโรงแรม เรื่องรถแท๊กซี่ การเดินทางก็ถูกจะจัดเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว ห้องของเราเป็นส่วนตัว เราไม่ได้นอนกับคนอื่น ตอนไปทำงานก็จะมีรถมารับ แล้วก็ถ้าจะซื้อตั๋วเครื่องบิน ก็จะได้ในราคาพนักงาน ถูกกว่าบัตรผู้โดยสารทั่วไป เช่น สายการบินที่พลอยทำงานอยู่เป็นพันธมิตรกับ Star Lion และการบินไทย เวลาพลอยจะซื้อตั๋วพลอยก็จะได้ราคาถูก คือเราจะได้บินถูกหรือเราจะซื้อให้เพื่อน หรือให้ครอบครัวก็ได้ ไปเที่ยวกับพ่อแม่ก็จะบินถูกแต่มันก็จะมีให้เป็นลิมิตต่อปี

 

สุดท้ายแล้ว คุณพลอยอยากบอกกับทุกคนที่มีฝันเป็นแอร์โฮสเตสว่า “อย่าท้อ” สำหรับคนที่ยังเรียนอยู่ คุณพลอยบอกว่า “เกรด” เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญมาก เพราะท่ามกลางคนเก่ง สิ่งแรกที่พวกเขาจะให้ความสนใจก็คือเกรด ดูการหยุดเรียน เพราะสายการบินต่างก็อยากได้พนักงานที่มีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา

ส่วนคนที่เรียนจบแล้ว การเรียนอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะโดยมากคณะกรรมการจะดูว่าคุณเคยทำอะไรมาบ้าง จะสามารถทำงานบริการหรือดูแลคนอื่นๆ ได้หรือไม่ นั่นหมายถึง สุดท้ายแล้ว ประสบการณ์และความสามารถก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

นอกจากนี้ เธอยังให้กำลังใจคนที่มีความฝันว่า แม้ไม่ได้เรียนธุรกิจการบินมาก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้การันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จ แต่ทุกอย่างอยู่ที่คุณถามใจตัวเอง แล้วพุ่งไปให้สุดต่างหาก

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...