31 ภาพหาชมยากบนเรือเหาะขนาดใหญ่สัญชาติเยอรมนี ความหรูหราที่มาพร้อมกับโศกนาฏกรรม

Hindenburg คือเรือเหาะสัญชาติเยอรมัน ออกแบบขึ้นในช่วงก่อนที่เครื่องบินพาณิชย์จะเปิดให้บริการ และเป็นเรือเหาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่ามหาเศรษฐี

Hindenburg เปิดตัวใช้งานครั้งแรกเมื่อปี 1935 ซึ่งในช่วงนั้นหากจะเดินทางข้ามประเทศต้องพึ่งพาเรือเดินมหาสมุทร ซึ่งเรือเดินสมุทรนั้นสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ค่อนข้างมาก แต่ก็ใช้เวลาเดินทางนานมากเช่นกัน

 

 

เมื่อมีเรือเหาะ Hindenburg เกิดขึ้น จึงกลายเป็นจุดสนใจสำหรับบรรดามหาเศรษฐี เพราะ Hindenburg มาพร้อมกับพื้นที่ที่มีเป็นส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องอาหารสุดหรู ห้องนอนพร้อมวิวบนน่านฟ้า และมีพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ด้วย

 

 

ภายในเรือเหาะประกอบด้วย 25 ห้องนอน สามารถนอนได้ห้องละ 1 ท่าน Hindenburg มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางจากเยอรมนีไปนิวยอร์กภายในเวลา 43 ชั่วโมง

 

 

ห้องอาหาร

ห้องรับประทานอาหารภายใน Hindenburg มีความยาวประมาณ 47 ฟุต กว้าง 13 ฟุต (14×3 เมตร) ตกแต่งผนังด้วยภาพวาดของ Professor Otto Arpke

.

.

.

 

เลานจ์

เลานจ์มีความยาวประมาณ 34 ฟุต (ประมาณ 10 เมตร) ประดับด้วยจิตรกรรมฝาผนังของ Professor Otto Arpke เช่นเดียวกับในห้องอาหาร

.

.

.

.

.

 

ห้องเขียนหนังสือ

 

ภายในห้องผู้โดยสาร

 

ห้องสำหรับสูบบุหรี่

ห้องนี้อยู่บนที่สูงกว่าความกดอากาศ ดังนั้นในกรณีที่มีการรั่ว ไฮโดรเจนจะไม่สามารถเข้ามาในห้องได้

.

.

 

บาร์

.

 

ห้องควบคุมการบิน

.

.

.

 

โซนสำหรับลูกเรือ และโครงเรือ

.

.

.

.

 

Hindenburg นั้นยาวเป็นสามเท่าและสูงเป็นสองเท่าของเครื่องบินโบอิ้ง 747

 

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่มีใครคาดคิด… ในขณะที่เรือเหาะ Hindenburg กำลังลงจอดที่ฐานทัพเรือเลคเฮิร์สท์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1937 Hindenburg ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ในระดับความสูง 215 เมตรเหนือพื้นดิน

ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 36 คนเสียชีวิต และมีผู้รอดชีวิตทั้งสิ้น 62 คน หายนะในครั้งนี้ทำให้ผู้บริการเรือเหาะยุติการบริการทันที ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ Hindenburg ตก ด้วยความที่เทคโนโลยีในการตรวจสอบ ณ เวลานั้นมีค่อนข้างจำกัด แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเปิดเผยว่าเพลิงไหม้นั้นเกิดขึ้นเพราะไฟฟ้าสถิต บ้างก็เชื่อว่าเกิดจากการรั่วไหลของก๊าซไฮโดรเจนที่บรรจุอยู่ในถุงลม

 

นับได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน และถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับมนุษยชาติ

 

ที่มา: boredpanda

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...