ตามไปดู 1 โรงเรียน 2 มหา’ลัยในอังกฤษที่ “ค่าครองชีพไม่สูง” เหมาะกับนักเรียนไทย

การเลือกเรียนต่อนั้นเปรียบเสมือนการยื่นปลายทางชีวิตให้ตัวเอง ด้วยเหตุนี้ใครหลายคนต่างมองเรื่องเรียนเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคว้าชัยมาให้ได้ และบางคนก็เลือกที่จะผลักดันตัวเองก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยในต่างแดนเพื่อประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆ มาบอกเล่าสำหรับใครที่สนใจศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษมาฝากกันค่ะ ทั้งจากรั้วมหาวิทยาลัยและในระดับ High school รวมถึงบทสัมภาษณ์จากนักเรียนไทยที่ไปแลกเปลี่ยนใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

 

 

เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Wegointer ของเราได้รับโอกาสดีๆ จาก PDVL กับการไปศึกษาดูงาน สัมผัสประสบการณ์จริงกับ Queen’s University Belfast , Plymouth University และ City College Plymouth ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยตัวแทนจากประเทศเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย

 

 

Queen’s University Belfast

ตั้งอยู่ในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร บอกเลยว่าที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยงามมาก ความเก่าแก่นั้นก็รั้งอยู่ในอันดับ 9 ของสหราชอาณาจักร

ทั้งยังเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยของ Russell Group (กลุ่มมหาวิทยาลัยด้านการวิจัยของสหราชอาณาจักร) ความเข้มข้นด้านการวิจัยจึงติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกเช่นกัน

และด้วยความเก่าแก่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นแหล่งรวมของประวัติศาสตร์และผู้นำที่มีชื่อเสียงมากมายที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ แถมยังมีห้องสมุดที่ใหญ่และกว้างขวางที่สุดในโลกอีกด้วย

.

 

ทำไมถึงต้องเรียนที่ Queen’s University Belfast ??

มีเหตุผลนานานัปการที่นักเรียนควรเลือกศึกษาต่อที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่ค่าครองชีพค่อนข้างถูกกว่าที่อื่นๆ เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงแถมยังสวยงามมากอีกด้วย สภาพอากาศก็เป็นมิตรต่อสุขภาพ

การเดินทางสะดวกสบายจากลอนดอนด้วยเครื่องบินเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น มีสนามบินถึง 2 แห่งด้วยกัน ทั้งยังห่างจากตัวเมืองเพียง 15 นาทีหากใช้วิธีการเดิน

.

 

เหตุผล 10 ข้อว่าทำไมต้องมาเรียนที่ Queen’s

1. เป็นมหาวิทยาลัยใน Russell Group ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยท็อป 1% ของโลก

2. เป็นเลิศด้านงานวิจัยในระดับสากล

3. นักศึกษาจะได้รับการสอนโดยนักวิชาการชั้นนำของโลก

4. เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ซึ่งได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 2 ของมหาวิทยาลัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจากบรรดามหาวิทยาลัยใน UK

5. เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเมืองที่ดีที่สุดของสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในห้าเมืองที่ค่าครองชีพเป็นมิตรต่อนักศึกษามากที่สุด

 

 

6. สามารถยกระดับการศึกษาของตัวเองหรือเปิดประสบการณ์ด้วยการทำงานในต่างประเทศ ขยายขอบเขตของตัวเอง เสริมสร้างประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยพร้อมโอกาสในตลาดแรงงานหลังสำเร็จการศึกษา

7. ที่พักมีราคาไม่แพง ห้องพักสำหรับศึกษาจัดอยู่ในราคาที่ไม่แพงมากนักสำหรับสหราชอาณาจักร และในปี 2018 นี้ได้มีการเพิ่มห้องพักใหม่เอี่ยมใจกลางเมืองอีกสองแห่งกว่า 1,237 ห้อง

8. นักเรียนจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เช่น Student Guidance Center และมีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษานานาชาติด้วย

9. 94% ของนักศึกษามีงานทำภายใน 6 เดือนหลังจากสำเร็จการศึกษา

10. มีชุมนุมของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในเลือกมากกว่า 200 ชุมนุม!!

 

The Great Hall ใน Queen’s Belfast University คือแรงบันดาลใจของเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์

 

นักศึกษาต่างชาติใน Queen’s University Belfast

ที่นี่มีบริการ International Student Support ไว้บริการสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ กล่าวกันว่า Queen’s คือสังคมแห่งการรวมตัวของนักศึกษาเอเชียอย่างแท้จริง ส่วนมากจะเป็นประเทศอินโดนีเซียที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มากที่สุด

ส่วนประเทศไทยนั้นยังมีจำนวนน้อยซึ่งใครอยากมาเรียนที่นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการฝึกภาษาและการใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยล่ะ

โดยในภาพรวมแล้ว Queen’s มีจำนวนนักศึกษาต่างชาติกว่า 2,100 คนจาก 80 ประเทศทั่วโลก และอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นหากเรียนดีมีความตั้งใจมหาวิทยาลัยก็พร้อมมอบทุนสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนานาชาติ

 

มาฟังบทสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ของ Queen’s University Belfast กันบ้างดีกว่า

ให้สัมภาษณ์โดย Tracy Mckanie ตำแหน่ง International Marketing Manager for Queen’s University Belfast

Q: อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจและโดดเด่นที่สุด ที่คิดว่านักเรียนจะเลือกมาเรียนต่อที่นี่?

A: มีเหตุผลมากมายว่าทำไมนักเรียนถึงต้องเลือกมาเรียนที่ Queen’s University Belfast ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยท็อป 1% ของโลกใน Russell Group ของ UK เปรียบเทียบไปก็คล้ายกับ Ivy League ของ US การวิจัยของเราก็อยู่ในระดับคุณภาพสูง มี Connection มากมายทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มศิษย์เก่า และกลุ่มใหญ่ของ Partnership ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น 94% ของบัณฑิตมีงานทำทันทีหลังจากจบไปแล้ว 6 เดือน ซึ่งเราไม่ได้หวังเพียงว่าต้องการให้สถาบันได้จัดอยู่ในอันดับสูงๆ แต่ต้องการให้หลักสูตรต่างๆ เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้นักศึกษามีชีวิตการเรียนที่ดี ได้สานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ ได้เข้าสังคม เป็นทุกอย่างที่อยากเป็น Queen’s University Belfast มีความเฉพาะ มีกลิ่นอายของ Countryside รวมทั้ง City Centre ก็อยู่ใกล้ๆ ด้วย

ดังนั้นนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนที่นี่จะรู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้าน เพราะ Belfast เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดใน UK ค่าครองชีพก็ต่ำด้วย เรามีแฮชแท็กในไอจีด้วยนะ #Belfasthappiestcityintheuk สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทุกคนอยากมาเรียนที่นี่

 

Q: คิดว่าอะไรคือปัญหาหลักของนักศึกษาต่างชาติที่เลือกมาเรียนต่อที่นี่ และทางมหาวิทยาลัยมีแนวทางในการช่วยเหลืออย่างไร?

A: คือเราเข้าใจว่านักเรียนมาจากต่างถิ่นต่างที่ ซึ่งเราก็มีทีมคอยซับพอร์ตนักเรียนต่างชาติทุกคน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเรียน การชำระเงิน วีซ่า เรื่องการเงิน เราก็มี Guide Centre ให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่อาจจะรู้สึกคิดถึงบ้าน กังวัลเกี่ยวกับสังคม ซึ่งเราต่างทราบดีถึงความท้าทายเหล่านั้น ก่อนที่พวกนักเรียนจะมาเรียนทางเราจะมีรายละเอียดข้อมูลของเมืองและมหาวิทยาลัยแบบถี่ยิบให้ในหนังสือคู่มือ

บอกเล่าถึงนักเรียนต่างชาติ บ้านเมือง สิ่งอำนวยความสะดวก และสถาบันของเรา โดยก่อนที่นักเรียนจะจากบ้านเมืองสวยๆ ของตัวเองมาเราก็มีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายนักศึกษานานาชาติคอยต้อนรับ พาไปดูที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และตอบคำถามทุกอย่างที่นักเรียนสงสัย

 

Q: จำนวนนักศึกษาไทยที่มาเรียนต่อที่นี่มีประมาณเท่าไหร่?

A: ตัวเลขนั้นไม่ค่อยแน่นอนเพราะว่าพวกเขามีทั้งที่มาจากปริญญาตรี, Postgraduate taught หรือ Postgraduate research จำนวนนักเรียนไทย ณ ขณะนี้ก็มีประมาณ 3 เปอร์เซ็นของจำนวนนักเรียนต่างชาติในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีจำนวน 2,300 คน 

 

Q: จำนวนนักศึกษาเอเชียในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีมากน้อยเพียงไร?

A: หากพูดถึงนักเรียนนานาชาติทางเรามีจำนวนอยู่มาก เพราะว่าเราต้องการที่จะสร้างความหลากหลายใน UK อย่างเช่นใน Queen’s University Belfast เป็นต้น ซึ่งมีทั้งที่มาจากเอเชีย หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ด้วย เช่น จีน อินเดีย และจากที่อื่นอีกมากมาย เกิดเป็นความหลากหลายในสังคม ซึ่งจำนวนนักศึกษาจากเอเชียที่เพิ่มนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นสร้างความปลาบปลื้มให้เรามาก

 

Q: เรื่องหอพักที่อยู่อาศัยของนักศึกษาหายากหรือไม่?

A: สำหรับที่พักนั้นทางเรามีเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรองรับนักเรียนต่างชาติ เราการันตีเรื่องที่พักในปีแรกที่เข้ามา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวล

หอพักจัดว่ามีคุณภาพสูง มีตัวเลือกที่แตกต่างกัน เช่น จัดให้มีหอสำหรับเพศเดียวกัน หรือหอพักแบบสงบเงียบ ซึ่งมันค่อนข้างตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา หรือจะเช่าแบบอพาร์ตเม้น หรือแชร์ห้องกับรูมเมท ที่สำคัญพวกเขาจะได้ใช้ชีวิตง่ายๆ ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่หาไม่ยาก เพื่อให้รู้สึกว่าสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง

 

Q: มีทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนนักเรียนหรือไม่?

A: ที่ควีนมีทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนนักเรียนมากถึง 1.5 ล้านปอนด์ต่อปี เรากระตือรือร้นในเรื่องนี้นะเพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปั้นนักเรียนให้เปี่ยมด้วยศักยภาพที่สุดในโลก ซึ่งเราก็มีประเภททุนที่ต่างกันออกไป

หากใครสนใจเรื่องนี้สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.qub.ac.uk พิมพ์ค้นหาทุนการศึกษาจากนั้นเว็บเพจก็จะนำคุณไปยังหน้าที่เต็มไปด้วยทุนการศึกษา เมื่อนั้นนักศึกษาจึงสามารถเช็กคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการได้ โดยเป็นทุนสำหรับนักศึกษที่มาเรียนอยู่ที่นี่แล้ว

 

Q: ฝากบอกนักเรียนไทยที่ต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Queen’s University Belfast

A: ที่นี่เราเคยมีประธานาธิบดีของไอร์แลนด์มาเรียนอยู่ด้วยนะ รวมทั้งมีกลุ่มศิษย์เก่าที่ใหญ่มากพร้อมให้การสนับสนุนนักเรียนเต็มที่ Queen’s University Belfast มีประสิทธิมากในเรื่องการจ้างงาน จัดสอนหลักสูตรการเรียนที่โดดเด่น หรือในบางหลักสูตรอาจมีโอกาสให้นักศึกษาไปศึกษาต่อยังต่างประเทศอีกด้วย

ซึ่งการเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่นักศึกษาจะได้รับประโยชน์มากมาย ทั้งเครือข่ายเพื่อนฝูง ศิษย์เก่า ประสบการณ์ อัตราความต้องการในตลาดแรงงานสูง ซึ่งเมื่อคุณได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่แปลว่าคุณเริ่มต้นในการเป็นนักศึกษาระดับคุณภาพแล้ว

 

Plymouth University

ไปชมกันต่อที่ Plymouth University เมืองสงบแต่ไม่เดียวดาย มีแสงแดดสาดส่องแสบตาแต่ไม่แผดเผา กรุ่นไปด้วยสายลมหนาวพัดโชยอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสุขภาพกายและใจ

เมืองพลีมัธ (Plymouth) ตั้งอยู่บริเวณอ่าวตอนใต้ของประเทศอังกฤษ อยู่ติดกับชายหาดที่สวยที่สุดของประเทศ แต่เห็นเป็นเมืองเล็กๆ แบบนี้ ทว่าเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งที่อยากที่นึกอยากให้มี

ทั้งรวยเรื่องความงามของธรรมชาติ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อาหารการกิน วัฒนธรรมและศิลปะ แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน และมี City Centre แหล่งช็อปปิ้งที่อยู่ไม่ไกล ที่สำคัญค่าครองชีพก็ไม่สูงมากด้วย จึงถือเป็นเมืองที่ปลอดภัยอีกเมืองหนึ่ง

 

พลีมัธโฟร ลานสาธารณะกว้างใหญ่ทอดมองทัศนียภาพได้สุดลูกหูลูกตา

 

สำหรับ Plymouth University เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1862 โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีและการเรียนการสอนที่ทันสมัยอย่างมาก จัดอยู่ในกลุ่ม Modern University

มีจำนวนนักศึกษาประมาณ 26,000 กลุ่มนักศึกษานานาชาติอีกประมาณ 3,000 คน เปิดสอนในหลากหลายสาขาวิชารวมทั้งแพทยศาสตร์ สาขาอื่นๆ ที่โดดเด่นได้แก่ Computer Science, Civil Engineering, Geography &Environmental Science และ Art &Design

 

ส่วนนักศึกษาไทยนิยมมาเรียนที่นี่กันมากในหลักสูตร Business ซึ่งในระดับปริญญาตรีบางสาขาเช่น Business จัดให้มีการสอนแบบ Fast-track คือเรียนจบภายใน 2 ปี แต่นักศึกษาต้องอึดและสู้งานสักหน่อยเพราะค่อนข้างกดดัน โดยบางส่วนของปริญญาตรีเรียนประมาณ 3 ปี

อีกทั้งงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็จัดอยู่ใน Top 50 ของมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำและสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างภาคภูมิ

 

Plymouth University มีหอพักสำหรับนักศึกษาเยอะมากทั้งภายในและนอกวิทยาเขต เรทราคาก็แตกต่างกันไป ห่างจากสถาบันเพียง 5 นาที

ซึ่งคนที่นี่ส่วนใหญ่มักเลือกเดินทางด้วยเท้า ปั่นจักรยาน หรือสเก็ตบอร์ด เพราะสะดวกต่อคุณภาพชีวิต

 

 

ภายในวิทยาเขตมีห้องสมุดทันสมัยที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ห้องแลป และอื่นๆ อีกมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกทั้งต่อการใช้ชีวิตและต่อการเรียนของนักศึกษา

ทุนการศึกษาก็มีสนับสนุนตั้งแต่ 1,500 ยูโร ถึง 3,000 ยูโรต่อปี นอกจากนี้ยังมี English Language Centre ที่จัดตั้งมาเพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน

 

.

 

นอกจากนี้ ยังมี International Student Advice Service (ISA) คือทีมงานที่คอยสนับสนุนดูแลนักศึกษาต่างชาติ ไม่ว่าจะสาขาไหนก็ตาม เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับมหาวิทยาลัย สังคมและวัฒนธรรมของที่นี่ได้

 

บรรยากาศภายใน Plymouth University

.

.

.

.

.

.

 

City College Plymouth

ยังคงอยู่กันที่เมืองพลีมัธ City College Plymouth นี้ตั้งอยู่ในแคว้นเดวอน ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ก่อตั้งมาในปี 1889 และเป็นสถาบันพาร์ทเนอร์กับ Plymouth University

หลักสูตรมีความหลากหลายตั้งแต่ Business, Engineering, การเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยไปจนถึงระดับมืออาชีพ โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ทั้งหลักสูตรเต็มเวลาและนอกเวลา

 

ยิ่งไปกว่านั้นร้านอาหาร PL1 ของวิทยาลัยยังเปิดโอกาสในนักเรียนสามารถทำงานเพื่อสร้างรายได้พิเศษอีกช่องทางหนึ่งด้วย ที่สำคัญร้านอาหารร้านนี้ได้รับ 4.5 ดาวจาก Tripadvisor เชียวนะ รวมถึงภายในวิทยาเขตยังมี Student Centre สถานที่ที่นักเรียนสามารถใช้เวลาร่วมกันทั้งพูดคุยหรือเพื่อพักผ่อน

 

10 เหตุผลที่ควรเลือกมาเรียนที่ City College Plymouth

1.เป็นพาร์ทเนอร์กับ Plymouth University

2.ได้รับโอกาสมากมายหลากหลาย ทั้งปูทางสู่มหาวิทยาลัยหรือเตรียมตัวสำหรับการจ้างงาน

3.ค่าครองชีพต่ำ

 

4.คุ้มค่าแก่เงินที่จ่ายไป มีค่าธรรมเนียมต่ำเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมของมหาวิทยาลัยอื่นๆ หรือเทียบกับวิทยาลัยเอกชน

5.มีความหลากหลายของสัญชาติท่ามกลางนักเรียนที่ตีตั๋วมาเรียนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก

6.เป็นเมืองที่ปลอดภัย สภาพแวดล้อมปลอดโปร่ง อากาศบริสุทธิ์

 

7.มีหลากหลายหอพักให้เลือกและราคาไม่แพง

8.ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม ติดกับทะเล และมีความเป็นชนบท

9.เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกีฬาทางน้ำ

10.International office ให้บริการด้วยความเป็นมิตรและครบวงจร

 

นอกจากนี้ ยังเป็นสถาบันที่เหมาะสำหรับการเรียน Foundation เพื่อปูทางเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร

เกริ่นคร่าวๆ ก่อนว่า Foundation คือคอร์สเรียนสำหรับนักเรียนที่กำลังจะจบมัธยมศึกษาตอนปลายและต้องการมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร แต่อยู่ๆ จะยื่นใบสมัครได้เลยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นักเรียนต่างชาติต้องผ่าน Foundation Course ที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ของสหราชอาณาจักรก่อน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 ปี

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีคีย์ลัดสำหรับน้องๆ ที่ต้องการย่นระยะเวลาลง กับ The Prince Programme โครงการแลกเปลี่ยน ณ City College Plymouth ประเทศอังกฤษ โดยนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถนำผลคะแนนไปยื่นเพื่อเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่จำเป็นต้องเรียนคอร์ส Foundation 1 ปี

ปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในความร่วมมือของ City College Plymouth ได้แก่

-โรงเรียนอัสสัมชัญ
-โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน
-โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์
-โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี
-โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
-โรงเรียนกว่างเจ้า
-โรงเรียนไทย-คริสเตียน
**หมายเหตุ: โรงเรียนข้างต้นที่กล่าวมา ทาง PDVL จะจัดการสอบภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่สนใจเข้าร่วมโครงการภายในภาคเรียนที่ 1 หลังจากเปิดปีการศึกษา โรงเรียนที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาสามารถติดต่อทาง PDVL ได้โดยตรง

ช่วงเวลาเรียน: 25 กุมภาพันธ์ 2019 – 5 กรกฎาคม 2560 2019 รวมทั้งสิ้น 19 สัปดาห์ โดยจะได้รับวุฒิ Level 3 (Pre University Level)

คอร์สที่เปิดรับสมัคร: วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์หรือชีววิทยา) และด้านธุรกิจ

วันที่ทดสอบ: ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2018 จัดขึ้นที่ประเทศไทย (โดยในวิชาคณิตศาสตร์เด็กไทยสามารถไปสอบที่ประเทศอังกฤษได้เลย ไม่ต้องเรียนคณิตที่นั่นอีก)

ปิดลงทะเบียน: 30 ตุลาคม 2018

*Early Bird Promotion: หากสมัครก่อนเดือนกรกฎาคมรับส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบิน 20,000 บาท แต่หากสมัครช่วง 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน ได้รับส่วนลด 10,000 บาท

 

นอกจากนี้ ทาง CCP และ PDVL ยังมีอีกหนึ่งโปรแกรมที่ชื่อว่า Premiere International Year 1 โดยโปรแกรมนี้จะเอื้อประโยชน์แก่นักเรียนที่ต้องการเรียนสาขา Business

โปรแกรมนี้จะรวม Foundation year กับ ปี 1 ใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 1 ปี หลังจากจบออกมาแล้ว นักเรียนสามารถเรียนต่อชั้นปี 2 ได้เลย

โปรแกรมนี้ไม่จำเป็นต้องมีการเซ็น MOU ระหว่างโรงเรียน เพียงแค่น้องๆ จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พร้อมด้วยผลคะแนน IELTS 6 คะแนน ก็สามารถเข้าเรียนได้เลย (แต่หากคะแนนอยู่ที่ 5.5 เรียน pre-session เพิ่ม 3 สัปดาห์ และ ถ้าได้คะแนน 5 เรียน pre-session เพิ่ม 7 สัปดาห์ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

หลังจากจบแล้วนักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อได้ที่ Universtiy of West England และ University of Chester ชั้นปีที่ 2 ในคณะ Business สาขาต่างๆ ได้เลย

หากใครสนใจสามารถตรวจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พัก ที่นี่ เลย

 

ซึ่งวันนี้เรามีบทสัมภาษณ์จากนักเรียนไทยที่ไปแลกเปลี่ยนกับโครงการ The Prince Programme มาฝากกัน หวังเป็นแนวทางให้น้องๆ ได้ตัดสินใจเลือกได้ถูกที่ถูกทางมากขึ้น

Q: แนะนำตัวพร้อมโรงเรียนเดิมจากประเทศไทยกันหน่อยค่ะ

A: ชื่อพลอย มาจากเซนต์ โยเซฟ ชื่อเพชร มาจากอัสสัมชัญ ชื่อยิม มาจากเซนต์ โยเซฟ ชื่อจอม มาจากกรุงเทพคริสเตียน ชื่อปัน มาจากสาธิตเกษตร ชื่อไข่มุก มาจากสวนกุหลาบนนท์ ชื่อเท็น มาจากกรุงเทพคริสเตียน

 

มากับโครงการ The Prince Programme ใช่มั้ยคะ แล้วอยู่ที่นี่นานหรือยัง?

A: ใช่ค่ะ/ครับ มากับ The Prince Programme ก็อยู่ที่นี่มาประมาณ 1 เดือน 

 

Q: ตอนนี้แต่ละคนเรียนหลักสูตรอะไรบ้าง

A: เรียนหลักสูตร Science กับ Business ค่ะ

 

Q: รบกวนเล่าคร่าวๆ หน่อยว่าแต่ละหลักสูตรเรียนอย่างไรบ้าง แตกต่างจากเมืองไทยอย่างไร? 

A: คืออย่างหลักสูตร Business อันนี้มาเรียนธุรกิจใช่มั้ยครับ อย่างที่ไทยเราไม่ได้มีเรียนแบบธุรกิจมาก่อน ถ้าอย่างเราเรียนไฮสกูลตามปกติก็จะมีแค่วิชาทั่วไป สังคม ดาราศาสตร์อะไรอย่างนี้ใช่มั้ย แต่ว่าพอมาอันนี้มันเป็นธุรกิจเลย คือเรียน Accounting , Finance , Introduction to business , Business Law แล้วก็จะมีวิชาเสริมอื่นๆ อีก เหมือนว่าทักษะในด้านการศึกษาของที่อังกฤษอะครับจะเป็นแบบ Academic skill แบบเค้าจะสอนเราพวกวิธีการจดโน้ตอย่างมีประสิทธิภาพ อะไรพวกนี้อะครับ

วิทยาศาสตร์ ถ้าเป็นของไซแอนท์อะไรแบบนี้ คือมันไม่ได้มีปัญหามากในเรื่องของหลักสูตร เพราะว่ายังไงเราก็เรียนสายวิทย์มาตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่ไทยอยู่แล้ว มาที่นี่เนื้อหามันก็เหมือนกัน แต่ว่าที่มันจะยากที่สุดก็คือ จะต่างกันตรงภาษาแบบนี้อะค่ะ อย่างถ้าเราอ่านโจทย์ภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ เราก็ไม่สามารถคำนวนได้ เพราะที่นี่เราสามารถใช้เครื่องคิดเลขได้อยู่แล้ว แต่ที่ไทยเราใช้ไม่ได้ ที่นี่คือการคำนวนมันก็ง่ายถ้าเรารู้ สเต็ปในการทำอะไรประมานเนี้ย ก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

Q: เรียนอยู่ระดับชั้นอะไรกันแล้ว?

A: มอ 5 ขึ้นกำลังจะขึ้นมอ 6 ส่วนปันจบมอ 6 แล้ว

 

Q: โปรแกรมนี้จำกัดอายุที่เท่าไหร่

A: มันไม่จำกัดอายุนะ แต่มันเป็นเหมือนโปรแกรมสำหรับให้เราเข้ามหา’ลัยได้เลยอะไรแบบนั้น ก็ต้อง มอ 5 มอ 6 ประมานเนี้ยอะค่ะ

 

Q: ถ้าจบโครงการนี้ เตรียมเข้ามหาลัยที่นี่เลยหรือเปล่า?

A: ตั้งใจว่ากะจะให้จบมอหกก่อนแล้วค่อยมาใหม่

 

Q: แต่ละคนมีแพลนที่จะกลับมาที่นี่มั้ย?

A: มีครับ คือเหมือนว่าพอจบอันนี้ครับ เราจะใช้คะแนนที่เรียนอยู่ตรงนี้ ไป Apply เข้ามหา’ลัยที่อังกฤษ แล้วก็ทีนี้พอสมมติว่าเรายังไม่เข้าปีนี้ เราสามารถยกไปปีหน้าได้ คือสามารถ Apply ไว้เลยได้ แล้วก็กลับไปที่ไทยก่อน เรียนให้จบมอปลายก่อนอะครับ ถ้าตัดสินใจมาปุบค่อยมาใหม่ แล้วเราก็ค่อยจ่ายตังค์ให้เค้า ให้มหาวิทยาลัย

 

Q: ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ประเทศอังกฤษ?

A: ก็…อังกฤษมันก็ดังในเรื่องการศึกษาของมันอยู่เเล้ว เค้าเป็นประเทศแห่งการศึกษา เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แล้วระหว่างอังกฤษกับอเมริกา บางทีอังกฤษมันประหยัดเงินเยอะกว่า

 

Q: เมืองนี้เป็นยังไงบ้าง?

A: เงียบมาก (หัวเราะ) ก็เหมาะกับการศึกษา ไม่ได้มีอะไรเอนเตอร์เทนเมนท์ขนาดนั้น (หัวเราะ) ไม่มีอะไรมาทำให้ไขว้เขว (หัวเราะ) ที่นี่เป็นเหมือนเมืองท่องเที่ยวตามธรรมชาติอะไรแบบนี้ อยู่กับชายหาด ถ้าวันหยุดก็ไปแค่ในห้าง หรือไปเดินเล่นในเมืองแบบนี้อะครับ ก็จะไม่ได้มีอะไรเหมือนลอนดอนขนาดนั้น ห้างปิดไวมาก 6 โมงก็ปิดแล้ว แต่ถ้าวันพฤหัสเปิดถึง2 -3 ทุ่ม

 

Q: ช่วงแรกๆ ที่มามีปัญหาอะไรบ้าง?

A: คิดถึงอาหารไทย และก็อากาศหนาว

 

 

Q: เรื่องภาษามีปัญหามั้ย?

A: ภาษาอังกฤษก่อนมามันก็ต้องสอบต้องเรียนมาบ้างอยู่แล้ว

 

Q: เรียนหลักสูตรอินเตอร์มาจากที่ไทยหรือเปล่า?

A: เปล่าครับ/ค่ะ

 

Q: วันหยุดทำไรกันมั่ง

A: ส่วนใหญ่ก็ไปห้าง เสาร์อาทิตย์ก็จะมีแพลนไปเที่ยวใกล้ๆ อย่าง 2-3 วีคที่ผ่านมาก็ไป Aquarium ไปในเมือง หรือบางทีก็มีไปอ่านหนังสือ ไปทำกับข้าว ทำอาหารกินกันในหอ คือคนอื่นอยู่กับโฮสต์หมดเลย แต่ว่าปันอยู่หอคนเดียว เราก็เลยไปทำอาหาร ไปอ่านหนังสืออยู่หอปัน ไปทำการบ้านอะไรแบบนี้

 

Q: เที่ยวจนทั่วหรือยังเมืองนี้?

A: ก็ยังไม่ทั่วนะ แต่ก็ไม่มีอะไรให้เที่ยวมากเมืองนี้ ถ้าแบบเด่นๆ ก็ไปกันเกือบหมดแล้ว

 

Q: เจอ Culture shock อะไรบ้างมั้ย

A: ไม่ค่อยนะ น่าจะเพราะไม่ได้อยู่คนเดียว มีเพื่อนเลยรู้สึกไม่หนัก คืออย่างถ้าแบบตอนไปแลกเปลี่ยนคนเดียวเนี่ย อันนี้นี่หนัก เพราะของเพชรกับของพลอย เราเคยไปแลกเปลี่ยนมาแล้ว อันนั้นไป 10 เดือนแล้วเหมือนแบบทุกคนจะอยู่คนละรัฐคนละเมือง แล้วก็คืออยู่คนเดียว คนอื่นก็จะเป็นฝรั่งที่ทำทุกอย่างไม่เหมือนกับเรา แต่ว่าอันนี้เรายังเจอคนอื่นๆ ที่มีอะไรคล้ายๆ กันอยู่ มีปัญหาอะไรก็เจอด้วยกัน ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง Culture shock

 

Q: นักเรียนชาวอังกฤษที่นี่เป็นยังไงบ้าง?

A: เราไม่ค่อยได้เรียนกับนักเรียนอังกฤษเพราะคอร์สอันนี้มันเป็น International สำหรับนักเรียนที่มาจากต่างชาติอะครับ เค้าทำกลุ่มพิเศษให้โดยเฉพาะ

 

Q: เราก็จะเรียนในห้องของเด็กที่มาจากต่างชาติ?

A: ใช่ครับ ก็จะมีแต่เด็กที่มาจากไทย กับมาเลเซีย แล้วก็จะมีอีกโครงการหนึ่งที่มาก่อนเราหนึ่งเดือนที่เป็นอินโดนีเซียกับมาเลเซีย

 

Q: ประเทศไหนเยอะกว่ากัน?

A: มาเลเซียเยอะสุด ละก็อินโด ละก็ไทย 7 คน รวมทุกชาติก็ประมาณ 80 คน รวมทั้งกรุ๊ปที่มาก่อนกับกรุ๊ปตอนนี้ด้วยครับ

 

Q: อาหารที่นี่แพงมั้ย

A: ถือว่าแพง คิดถึงอาหารไทยมาก แต่อาหารที่นี่ก็ถูกปากนะ กินได้

 

Q: ฝากถึงคนที่อยากมาแบบนี้มาก

A: ถ้าเป็นโครงการนี้โดยเฉพาะ ก็ติดต่อกับทาง PDVL ที่ไทยได้เลยครับ บางทีเค้าก็อาจจะไปหาที่โรงเรียน แล้วแต่ว่าโรงเรียนจะทำ MOU รึเปล่า แต่ว่าถ้าอยากไปจริงๆ แล้วโรงเรียนไม่ได้ทำ MOU ก็ติดต่อกับทาง PDVL ได้เลย

 

Q: ตั้งแต่มานี่เคยไปลอนดอนหรือที่อื่นบ้างหรือยัง?

A: เดี๋ยวช่วงวันหยุดอีสเตอร์ว่าจะไปกันครับ/ค่ะ

 

Q: ตั้งแต่วันเเรกที่มาจนตอนนี้อยู่ครบหนึ่งเดือนมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างมั้ย

A: น้ำหนัก (หัวเราะ) ทักษะการเรียน เพราะว่ามันเรียนไม่เหมือนกัน เรียนคนละแบบเลย แล้วก็เค้าเหมือนชอบให้หาความรู้เอง ซึ่งเค้าจะเรียกว่า Self Study เหมือนแบบว่า ‘อ่ะ อันนี้นะ ไปดูมาว่ามันเป็นยังไง’ แล้วในห้องมันจะเป็นกิจกรรมส่วนร่วมด้วยมากกว่า ถ้าเป็นของวิทย์ เค้าจะเน้นการทดลองมากกว่านั่งเรียนแบบ เขียนๆ อะไรอย่างนี้ การทดลองเยอะกว่า แล้วก็สรุปผลที่ทำออกมาอย่างจริงจัง

 

Q: ชอบเรียนแบบนี้มากกว่ามั้ย?

A: คิดว่ามันมีประสิทธิภาพมากกว่า แบบเหมือนฉลาดขึ้น (หัวเราะ)

 

Q: เวลามีปัญหาเคยเข้าไปถามอะไรอาจารย์มั้ย?

A: เคยค่ะ คือเค้าสนับสนุนให้ถาม เค้าจะตอบเราเลย แบบทุกคนตั้งแต่คาบแรกแทบจะทุกวิชาเลยเค้าจะบอกเราว่า ชอบตอบคำถาม ถามมาเลย ที่นี่ชอบให้ถาม เหมือนเค้าจะเน้นเรื่อง critical thinking มันคือคิดแบบซ้ำย้ำเข้าไปอะ แล้วก็คิดเหมือนกับว่า อันนี้มันโยงกับอะไร ทำไม เพราะอะไร แบบนี้ แต่ที่ไทยก็คือแบบ เค้าให้อะไรมาเราก็รับเข้าไปเฉยๆ โดยส่วนมากนะ

 

ทิ้งท้ายกันไว้สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ ใฝ่ฝันจะไปเรียนต่อยังสหราชอาณาจักรอย่าปล่อยให้เป็นเพียงฝันลางๆ ต่อไป มาร่วมกันสานให้เป็นความจริง หากไม่รู้จะคลำทางเริ่มต้นจากจุดไหนลองแวะเข้าไปปรึกษากับ PDVL ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เลย

ติดต่อ: คุณสาริศา (พลอย)
โทร: 090-8908765
อีเมล: sarisa@pd-vl.com
Line ID: ploypdvl
WhatsApp:  0908968765
Facebook: PDVL Bangkok

ที่อยู่: ห้อง 1232 เซน เวิลด์ ทาวเวอร์ 4 , 4,4 ชั้น 12 Zen World Tower (CentralWorld) ถนนราชดำริ แขวง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

loading...

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...