สอนวิธีพูดเรื่อง “เงิน” ในภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ พร้อมคำศัพท์ที่หลากหลายกว่า “Money”

บางคนบอกว่า ” ดนตรี “เป็นภาษาสากล ซึ่งนั่นก็จริง เพราะไม่ว่าใครๆ ต่างก็สามารถเข้าถึงดนตรีได้ไม่ว่าจะพูดด้วยภาษาอะไรก็ตาม

แต่อีกหนึ่งเรื่องที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกนั่นก็คือ “เงิน” เพราะไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนและทำอะไร มักมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อด้วยเสมอ

ตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบิน เรียกแท็กซี่ หรือสั่งเครื่องดื่มสักแห้ว คุณจะต้องเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรกับคุณ และเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ คุณจำเป้นต้องเรียนรู้การพูดถึงเรื่องเงินในแบบต่อไปนี้

 

วิธีที่ถูกต้องในการพูดถึงเรื่องเงินเป็นภาษาอังกฤษ

การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และสำนวนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญเมื่อพูดถึงเรื่องเงิน

นอกจากนี้ เงินยังอาจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับบางคน เช่น การถามถึงเงินเดือนในบางกรณีอาจเป็นเรื่องที่เสียมารยาทเอามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่พึ่งรู้จัก (ในสังคมที่พูดภาษาอังกฤษ)

การพูดถึงปัญหาการเงินของบุคคลอื่นในที่สาธารณะ อาจทำให้คุณดูแย่ แต่การแบ่งปันเรื่องราวปัญหาที่คุณกำลังพบเจอกับคนอื่นๆ มักจะทำให้พวกเขาคิดว่าคุณไว้วางใจพวกเขาและนี่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณดีขึ้น

ฉะนั้น สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ในขั้นแรกว่าอย่างไหนควรพูด และอย่างไหนไม่ควรพูด

 

15 วลีเพื่อสร้างคำศัพท์เกี่ยวกับแวดวงการเงิน

1. Cash

ความหมาย : เงินสด เงินประเภทใดก็ได้ ตั๋วแลกเงินหรือเหรียญ

ตัวอย่าง : Your total is $14.99. Will you be paying with cash or credit card?

 

2. Income

ความหมาย : จำนวนเงินที่บุคคลมีรายได้ต่อเดือนหรือต่อปี คนสามารถหารายได้ผ่านงานเก็บค่าเช่าหรือลงทุนใน บริษัท อื่นๆ (เรียกอีกอย่างว่านักลงทุน)

ตัวอย่าง : Earning a good income in this economy is a really hard task.

 

3. Thrifty

ความหมาย : การประหยัด การใช้เงินอย่างระมัดระวัง คำนี้อาจมีความหมายได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ตามบริบทและเจตนาของผู้พูด

ตัวอย่าง : My dad always taught me to be thrifty with money. This has helped me through some really tough times.

 

4. Haggle

ความหมาย : คำนี้คล้ายกับคำว่า “negotiate” แต่โดยทั่วไปจะใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ การต่อรองกับใครสักคนคือการพูดคุยเกี่ยวกับราคาของวัตถุอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่าง : Miss Thurstone always haggles with the baker to save five cents on every purchase.

 

5. Discount


ความหมาย
: ส่วนลดที่ได้จากร้านค้า หรือการซื้อของ

ตัวอย่าง : I always buy mobile phones when there is a discount. Otherwise it is just too expensive to own a good smartphone nowadays.

 

6. Budget

ความหมาย : จำนวนเงินที่มีให้ใช้จ่าย บางครั้งเรียกว่างบประมาณ นอกจากนี้ยังหมายถึงงบประมาณรายเดือนหรือรายสัปดาห์ได้ด้วย

ตัวอย่าง : I always go over my budget when I shop for clothes. That’s why I always take my parents with me, so they can stop me from spending too much.

 

7. Deal

ความหมาย : ข้อตกลงระหว่างสองธุรกิจขึ้นไป เป็นคำกริยาที่หมายถึงการทำธุรกิจในบางสิ่งบางอย่างหรือกับใครบางคน

ตัวอย่าง : Apple had a deal with Samsung where they agreed to manufacture smartphones together.

 

8. Credit

ความหมาย : เมื่อคุณซื้ออะไรบางอย่างหรือเพลิดเพลินกับบริการที่มีสัญญาว่าจะจ่ายเงินในอนาคต สิ่งเหล่านี้จะเรียกว่า “เครดิต”

ตัวอย่าง : prefer not to buy anything on credit since I hate the idea. But my son uses my credit card all the time.

 

9. Debt

ความหมาย : เมื่อคุณเป็นหนี้กับใครสักคนไม่ว่าจะเป็นทั้งบุคคลและบริษัท คำนี้จะหมายถึงหนี้สินที่คุณต้องชดใช้

ตัวอย่าง : If our company does not stop going over budget every year, then our debt will force us to close down the business.

 

10. Business Negotiation

ความหมาย : หากคุณมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกับผู้อื่นเพื่อให้บรรลุข้อตกลงระหว่างคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะเรียกว่า “การเจรจาต่อรอง” โดยทั่วไปคนเจรจาเมื่อพวกเขาต้องการบางสิ่งจากกันและกัน แต่ความต้องการบางอย่างไม่เป็นที่ยอมรับของอีกฝ่าย

ตัวอย่าง : I always take John with me to every big business negotiation. He can make anyone trust him with his conversation skills.

 

11. Profit/loss

ความหมาย : กำไร/ขาดทุน คือเงินที่ได้มาหลังจากหักลบต้นทุนจากยอดขายทั้งหมด

ตัวอย่าง : It takes a while for a new business to see a profit. Typically, it will take a loss during the first year or so.

 

12. Market

ความหมาย : ตลาดเป็นสถานที่ที่คุณซื้อและขายสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดช้อปปิ้งหรือตลาดหุ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นคำกริยาได้ “การตลาด” คือการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์

ตัวอย่าง : I prefer our neighborhood market over the mall. There are so many unique things you can find there!

 

13. Industry

ความหมาย : กระบวนการ คน เครื่องมือ โรงงาน และสิ่งต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในการทำรถยนต์

ตัวอย่าง : I think the paper industry will shut down after some years. All the people I know use computers for reading documents.

 

14. Recession

ความหมาย : ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ตัวอย่าง : I could not find a job for a whole year after the recession of 2008. I even had to sell my car to pay my rent.

 

15. Currency

ความหมาย : ในโลกปัจจุบันเรามักใช้คำนี้เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการของประเทศต่างๆ เช่น สกุลเงินปอนด์ เงินรูปี เงินเยน รูเบิล ฯลฯ

ตัวอย่าง : The US dollar is an international currency because it can be used in almost every country of the world.

 

6 วลีภาษาอังกฤษทั่วไปที่คุณสามารถใช้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเงิน

1. Money doesn’t grow on trees

ความหมาย : วลีนี้ใช้เมื่อคุณต้องการล้อเลียนคนที่จ่ายเงินได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

ตัวอย่าง : He asked me if I could buy him a laptop and I just told him that I could not afford it. Money doesn’t grow on trees!

 

2. Squirrel away money

ความหมาย : กระรอกมีนิสัยในการจัดเก็บอาหารจำนวนมากไว้ในที่ลับสำหรับฤดูหนาว เราจะใช้สำนวนนี้เพื่อหมายถึงคนที่เก็บสะสมเงินเอาไว้มากๆ เพื่อที่จะได้สามารถใช้ในช่วงวิกฤตได้

ตัวอย่าง : Luckily, I had squirreled away around ten thousand dollars that helped me a lot during the recession.

 

3. Break the bank

ความหมาย : การทำลายธนาคารคือการใช้เงินทั้งหมดของคุณเพื่อซื้ออะไรสักอย่าง นอกจากนี้ยังใช้เมื่อคุณต้องการกล่าวถึงสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อมและคุณไม่สามารถจ่ายได้

ตัวอย่าง : There is no way I can go on vacation to Miami. I will need to break the bank just to buy the plane tickets.

 

4. Bread and butter

ความหมาย : ขนมปังและเนยมักถูกมองว่าเป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับฝรั่งในหลายประเทศ ในแง่ของเงินจะใช้สำหรับงานที่คุณทำเพื่อสร้างรายได้ขั้นพื้นฐานเพื่อให้คุณสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้

ตัวอย่าง : Although I like writing novels, being a banker is my bread and butter

 

5. To be flat broke

ความหมาย : ความยากจน ย่อมหมายถึงการไม่มีเงินใช้ที่พอเพียงกับสิ่งที่ต้องจ่าย มีการใช้อย่างไม่เป็นทางการในความหมายเชิงว่า คุณกำลังมีปัญหาในการซื้อสิ่งจำเป็นพื้นฐานเช่นค่าอาหารหรือตั๋วรถประจำทาง

ตัวอย่าง : With this salary, I am always flat broke by the end of the month. I think I need to find another job.

 

6. Give a ball park figure

ความหมาย : เมื่อคุณให้การประมาณการคร่าวๆ ของการคำนวณบางอย่างเกี่ยวกับเงิน คุณจะใช้สำนวนนี้

ตัวอย่าง : Although I will have to check how much this house will cost you exactly, I can give a ball park figure of around ten thousand per month.

 

นี่คือเรื่องพื้นฐานที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อเริ่มสนทนาในเรื่องเกี่ยวกับแวดวงการเงินเป็นภาษาอังกฤษ การฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้คุณคุ้นชินกับการเลือกใช้คำและสำนวนในสถานที่ที่ถูกต้องได้

สิ่งสำคัญก็คือคุณต้องไม่กลัวที่จะผิดพลาด! และคุณจะได้เรียนรู้มากขึ้น หากเลือกคู่สนทนาเป็นเจ้าของภาษาที่พร้อมจะสอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับคุณ

ที่มา : fluentu.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...