10 ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างเด็กๆ ในเกาหลีเหนือกับประเทศอื่นๆ

ชีวิตประจำวันในเกาหลีเหนือไม่ใช่สิ่งที่ทั่วโลกจะเห็นได้บ่อยหรือได้รับรู้เรื่องราวมากนัก…

 

 

โดยมากแล้วหากไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับท่านผู้นำหรือการเมือง น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นความเป็นไปของการใช้ชีวิตในประเทศเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะเรื่องราวของเยาวชนและการเติบโตของเด็กๆ เหล่านั้น ทำให้บางครั้ง ผู้คนภายนอกก็เกิดความสงสัยว่าพวกเขาเติบโตขึ้นมาแบบไหน และจะเหมือนเด็กๆ จากส่วนอื่นๆ ของโลกหรือไม่

เว็บไซต์ Bright Side ได้พบคำตอบสำหรับคำถามนี้และรวบรวม 10 เรื่องจริงเกี่ยวกับเด็กๆ ในเกาหลีเหนือที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างพวกเขากับเด็กๆ ทั่วโลก

 

สถานะทางสังคม

สิ่งแรกที่เด็กทารกแรกเกิดจะได้รับคือสถานะทางสังคมหรือที่เรียกว่า “songbun” ซึ่งรัฐบาลจะแบ่งพวกเขาออกเป็น 3 ประเภทคือ “ผู้ภักดี” “เป็นกลาง” และ “ต่อต้าน”

รัฐบาลจะจัดประเภทของเด็กๆ จากพ่อแม่ของพวกเขา (ถ้าพ่อแม่เป็นผู้ภักดี ลูกก็จะเป็นผู้ภักดีด้วย) ซึ่งสถานะทางสังคมนี้จะเป็นตัวกำหนดสิทธิที่เด็กๆ จะได้รับ (การเข้าเรียน การทำงาน)

 

การศึกษา

การศึกษาจะเริ่มต้นระดับอนุบาลตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ซึ่งพ่อแม่ของเด็กจะเป็นผู้ตัดสินใจให้ได้ว่าจะส่งลูกๆ เข้าไปเรียนหรือไม่ แต่เมื่ออายุครบ 5 ขวบ รัฐบาลกำหนดให้เด็กทุกคนต้องเข้าเรียน และจะต้องเข้าเรียนระดับอนุบาลอย่างน้อย 1 ปี ถึงจะเข้าเรียนชั้นประถมได้ (ไม่สามารถข้ามชั้นได้)

 

เด็กกำพร้า

เด็กๆ ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในเกาหลีเหนือมีทั้งเด็กๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ไปล้ว และเด็กๆ ที่พ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้นำมาฝากไว้ ซึ่งในกรณีที่มีการรับเด็กไปเลี้ยงและในภายหลังไม่มีเงินมากพอจะเลี้ยงดูได้ ก็สามารถส่งกลับมาให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าดูแลต่อได้

 

กิจกรรมและการเรียนการสอน

มีการปลูกฝังความรักชาติเอาไว้ในกิจกรรมและการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ทั้งโปสเตอร์เกี่ยวกับการเมือง กิจกรรมให้เด็กๆ แต่งตัวเลียนแบบนักการเมืองในประเทศ และการทำพาเรดทหารให้เด็กเล็กเข้าร่วมเพื่อให้เด็กๆ จดจำภาพที่ว่าตำรวจและทหารที่ได้รบเพื่อชาติคือความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่

 

การมีส่วนร่วม

ที่เกาหลีเหนือ การให้เด็กๆ เข้าร่วมชมการประหารชีวิตเป็นเรื่องปกติแม้ในสายตาของคนทั่วไปจะดูเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมก็ตาม นอกจากนี้ บางครั้งเด็กๆ ยังร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ถูกประหารชีวิตอีกด้วย

 

การทำงาน

.

ที่นี่ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็ต้องทำงานหนัก แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ตาม เนื่องจากพวกเขาเป็นแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต การปลูกพืชผล และการขุดเหมืองหรือก่อสร้าง ทำให้หากไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างสมบูรณ์ก็จะถูกปรับเช่นเดียวกับผู้ใหญ่

 

ของเล่น

เด็กๆ ทั่วโลกอาจเล่นบาร์บี้ เลโก้ หรือตุ๊กตาขนฟูแสนน่ารัก แต่เด็กๆ ที่นี่มักจะได้รับของเล่นเป็นปืนและรถถังซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการปลูกฝังความรักชาติและสนับสนุนระเบียบของทหาร

 

เนื้อหาในโรงเรียน

เนื้อหาหลักที่สอนในโรงเรียนมักเกี่ยวข้องกับผู้นำในประเทศอย่าง Kim Il-sung Kim Jong-il และ Kim Jong-un เมื่อเด็กๆ เหล่านี้อายุครบ 10 ปี ทางโรงเรียนจะพาไปร่วมชมการประชุมทางการเมืองอีกด้วย

ด้านภาษาต่างประเทศ เด็กๆ จะได้เรียนรู้ภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐานที่ถือว่าน้อยนิดมาก เนื่องจากแบบเรียนทั้งหมดถูกสอนโดยใช้ภาษาเกาหลี

 

ชมรม

กิจกรรมในยามว่างของเด็กๆ ในเกาหลีเหนือคือการเข้าร่วมชมรมต่างๆ ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นชมรมของโรงเรียน อย่างเช่น ชมรมเต้นรำหรือคอมพิวเตอร์ น้อยครั้งมากที่คุณจะได้เห็นเด็กนั่งเล่นของเล่นคนเดียวที่บ้าน

 

สิ่งบันเทิง

แม้จะดูเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่ที่เกาหลีเหนือเองก็มีสวนสนุกเหมือนกันนะ ถึงแม้ว่าจะมีเพียงเด็กที่มีฐานะเท่านั้นจึงจะสามารถไปเที่ยวได้ก็ตาม นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีโรงหนังสามมิติ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอีกด้วย

 

แม้ดูเหมือนว่าวัยเด็กของพวกเขาจะแตกต่างจากวัยเด็กที่เราเคยได้พบเห็นมา แต่เด็กๆ เหล่านี้ก็จะได้เรียนรู้อีกแง่มุมหนึ่งของชีวิตที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตและคุ้นชินกับดินแดนที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข

ที่มา : brightside.me

loading...

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...