10 ข้อบกพร่องที่พบบ่อย ในงานเขียนภาษาอังกฤษ จำไว้จะได้เขียนไม่ผิดพลาด

ทักษะในการเขียนภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในทักษะที่นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานต้องฝึกฝนไว้ เพื่อจะได้นำไปใช้ติดต่อสื่อสารในอนาคต

วันนี้เราก็มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเขียนงานเป็นภาษาอังกฤษมาให้ทุกคนได้เรียนรู้ และจดจำ เพื่อจะได้ระวัง หากมีโอกาสได้เขียนงาน  หรืออีเมลล์เป็นภาษาอังกฤษ จะได้มีความเป็นมืออาชีพ และผิดพลาดน้อยที่สุด

ข้อควรระวังมีดังต่อไปนี้…

 

 

1. เขียนสะกดคำผิด

มักพบคำผิดในรูปแบบของคำศัพท์ที่เขียนคล้ายกันแต่คนละความหมายเช่นคำว่า “right”, “rite” และ “write”

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: Watch you’re words! Spell-check may not sea words that are miss used because they are spelled rite!

ประโยคที่ถูกต้อง: Watch your words! Spell check may not see words that are misused because they are spelled right!

 

 

2. เขียนประโยค โดยไม่ใส่เครื่องหมาย comma (,) หน้าคำเชื่อม Coordinating Conjunction

Coordinating Conjunction คือคำเชื่อม ที่ใช้เชื่อมคำกับคำ กลุ่มคำกับกลุ่มคำ หรือประโยคกับประโยค คำเชื่อมหลักๆ ในกลุ่มนี้สามารถจำง่ายๆ คือ FANBOYS อันได้แก่ for, and, nor, but, or, yet และ so ซึ่งหน้าคำเชื่อมเหล่านี้จะต้องมีเครื่องหมาย comma เสมอ

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: My dog barks at the mailman but she’s too lazy to chase him.

ประโยคที่ถูกต้อง: My dog barks at the mailman, but she’s too lazy to chase him.

 

3. เขียน Sentence Fragments

ประโยค Fragments คือประโยคที่ไม่สมบูรณ์ไม่ว่าจะขาดประธาน กริยา หรือกรรม ก็เรียกได้ว่าเป็น Fragments

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: An epic all-nighter!

ประโยคที่ถูกต้อง: I pulled an epic all-nighter!

 

4. ไม่เติมเครื่องหมาย comma (,) หลังวลีที่กล่าวนำ

วลีที่กล่าวนำ หรือ Introductory phrase คือวลีสั้นๆ ที่ใช้เขียนนำเรื่อง หรือประโยคที่ต้องการจะสื่อใจความ

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: While a Thanksgiving commercial played on the TV she was at the library trying to study for her final exams.

ประโยคที่ถูกต้อง: While a Thanksgiving commercial played on the TV, she was at the library trying to study for her final exams.

 

5. เขียนประโยคโดยใช้คำฟุ่มเฟือยจนเกินไป

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: Jessica ended up having to walk all the way home due to the fact that she missed the last train leaving Central Station.

ประโยคที่ถูกต้อง: Jessica walked home because she missed the last train.

 

6. ใช้เครื่องหมาย comma (,) เชื่อมประโยคย่อยอิสระ 2 ประโยค

Comma Splices หรือการใช้เครื่องหมาย comma (,) เชื่อมประโยคย่อยอิสระ 2 ประโยคทำให้ผิดไวยากรณ์ ในประโยคจึงจำเป็นต้องมี Coordinating Conjunction เข้ามาช่วย

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: He bought back-to-school clothes, his mom bought a scarf.

ประโยคที่ถูกต้อง: He bought back-to-school clothes, and his mom bought a scarf. OR: He bought back-to-school clothes. His mom bought a scarf.

 

7. ใช้เครื่องหมาย comma (,) แทรกในประโยคผิดตำแหน่ง บางประโยคไม่จำเป็นต้องใส่ Comma ก็ได้

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: My roommate, and his brother, went to see a movie.

ประโยคที่ถูกต้อง: My roommate and his brother went to see a movie.

 

8. ไม่ใส่เครื่องหมาย comma (,) หน้า และหลัง Sentence Adverbs

Sentence Adverbs คือคำวิเศษณ์ของประโยคทำหน้าที่ขยายความทั้งประโยค

หากใช้ Sentence Adverbs ขึ้นต้นประโยคจะใส่ comma ปิดท้ายเท่านั้น แต่ในกรณีที่ Sentence Adverbs อยู่กลางประโยคจะต้องใส่ comma หน้าและหลังคำนั้นเสมอ

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: It was unfortunately the end of winter vacation.

ประโยคที่ถูกต้อง: It was, unfortunately, the end of winter vacation.

 

9. วาง Modifiers หรือคำขยายผิดตำแหน่ง

Modifiers เป็นคำหรือกลุ่มคำที่เพิ่มเข้าไปในประโยค เพื่อขยายความหมายของคำ หรือกลุ่มคำหลัก

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: Students who study rarely get bad grades.

ประโยคที่ถูกต้อง: Students who rarely study get bad grades. หรือ Students who study get bad grades rarely.

 

10. ใช้ Subject-verb agreement ผิดหลักไวยากรณ์

ตัวอย่าง

ประโยคที่ผิด: Michael study at the library every day.

ประโยคที่ถูกต้อง: Michael studies at the library every day.

 

ที่มา:  grammarly

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...