ชาวรัสเซียบอกเล่าชีวิต 13 เรื่องในแดนกิมจิ กับความเป็น “เกาหลีใต้” ที่ทำให้เธอรู้สึกทึ่ง!!

Ada Kwon คือล่ามสาวจากรัสเซียผู้แต่งงานกับชายคนหนึ่งและย้ายไปอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ เธอกลายเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ และได้แบ่งปันความประทับใจของตัวเองเกี่ยวกับชีวิตในประเทศนี้

เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อเราย้ายไปอยู่ต่างเเดน ประเพณีและนิสัย ของชาวท้องถิ่นมักจะกลายเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกในแรกเริ่มของการปรับตัว

สำหรับ Ada Kwon เองก็เช่นกัน เธอรู้สึกทึ่งในตอนแรกเมื่อพบว่า ที่นี่ผู้ชายใช้สติกเกอร์ปิดบนหัวนมของพวกเขา รวมถึงโกนขนที่ขา และมีคนรุ่นใหม่หลายคนที่ไม่รู้จัก Harry Potter นอกจากนี้ในระหว่างงานแต่งงาน พวกเขาจะเปิดซองจดหมายเพื่อดูว่าได้รับมาจากใครและใส่เงินไว้เท่าไหร่

เธอยังได้บอกเล่าเรื่องราวในอีกหลายเเง่เกี่ยวกับแดนกิมจิที่เธอได้พบเจอไว้อีกหลายอย่าง เราไปอ่านเรื่องราวของเธอกันเถอะ!!

 

1. เว็บไซต์อ่านการ์ตูนชื่อ ” Webtoons “

Webtoons เป็นที่นิยมอย่างมากในเกาหลีใต้ แหล่งรวบรวมการ์ตูนที่มีผู้ติดตามอ่านทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งในเว็บไซต์จะมีการอัพเดตเนื้อหาใหม่ๆ ทุกสัปดาห์

 

2. สติกเกอร์สำหรับปิดหัวนมสำหรับผู้ชาย

ผู้ชายเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ในร้านค้า คุณจะสามารถหาสติกเกอร์ปิดหัวนมสำหรับผู้ชายที่เอาไว้ใช้ในเวลาที่ต้องสวมใส่เสื้อผ้าบางๆ ได้

 

3. ที่นี่การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก

นี่คือตารางเรียนโดยทั่วไปของวัยรุ่นตั้งแต่อายุ 16 – 19 ปีในเกาหลีใต้ นักเรียนจะเรียนตั้งแต่เช้าถึงเย็น ห้องสมุดของโรงเรียนจะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 1:00 น. จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อาจจะมีนักเรียนที่อ่านหนังสือจนดึกและเกิดง่วงในชั้นเรียน สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้คือการขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้ตื่นและกลับมานั่งเรียนต่ออีกครั้ง

 

4. วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์

วัยรุ่นชาวเกาหลีใต้ไม่รู้จักวัฒนธรรมของประเทศอื่นๆ มากนัก โดยส่วนมาก พวกเขาไม่รู้จักชื่อของศิลปินอเมริกันหรือนักดนตรีในตำนาน และอาจจะไม่รู้จักTitanic หรือ Harry Potter อีกด้วย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขามีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและโด่งดัง โดยส่วนมากพวกเขามักสนใจในวัฒนธรรมของตนเองอย่างเช่น K-pop (เพลงป๊อปเกาหลี) และกลายเป็นความฝันของเด็กๆ ที่จะได้เดบิวทืในสักวันหนึ่ง

 

5. ธีมของรถขนส่งสาธารณะ

ในประเทศนี้ รถไฟใต้ดินมีรูปแบบการตกแต่งที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่นในบางขบวนอาจมีการประดับด้วยตัวการ์ตูนที่โด่งดัง หรือในบางสถานีอาจใช้เสียงของตัวการ์ตูนเหล่านั้นในการประกาศชื่อสถานี

 

6. เสื้อคู่รัก

ในเกาหลีใต้ คู่รักชอบสวมเสื้อผ้าที่เหมือนกันหรือเข้าคู่กัน ดังนั้นอย่าแปลกใจ ถ้าคุณเห็นคนหนุ่มสาวสวมชุดเสื้อผ้าดังกล่าวบนถนนทั่วไป

 

7. ครีมกำจัดขนที่ขาสำหรับผู้ชาย

เป็นหนึ่งในแฟชั่นของเกาหลีใต้ที่ผู้ชายนิยมโกนขนที่ขาออกให้เรียบเนียน จึงไม่แปลกที่ตามร้านค้าทั่วไปจะมีมีดโกนหรืครีมกำจัดขนขาสำหรับผุ้ชายโดยเฉพาะวางจำหน่าย

 

8. ไม่มีถังขยะตามท้องถนน

ที่นี่ถังขยะจะถูกจัดเรียงและวางไว้ตามจุดเท่านั้น นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมจึงไม่มีถังขยะวางเกลื่อนกลาดตามท้องถนน

 

9. ส้มสำหรับวันแห่งความรัก

แทนที่จะมอบช็อกโกแลตให้ในวันวาเลนไทน์อย่างที่ทั่วโลกเขาทำกัน ที่นี่มีธรรมเนียมมอบผลส้มที่ตกแต่งด้วยใบหน้าตลกๆ ให้กับคนที่ชอบ นั่นเป็นเหตุผลที่มีสติกเกอร์แถมไปกับการซื้อผลไม้ทุกครั้ง

 

10. ห้ามให้ของขวัญกับคุณครู

ในประเทศนี้ การมอบของขวัญใดๆ ก็แล้วแต่ให้กับคุณครูถือว่าเป็นการติดสินบน ดังนั้นเมื่อพ่อแม่อยากขอบคุณครูก็มักจะแสดงน้ำใจในรูปแบบของการเลี้ยงกาแฟ ส่วนเด็กๆ มักจะมอบเป็นลูกอมให้แทน ชาวเกาหลีมักจะเขียนคำภาษาอังกฤษที่ปลว่า “สู้ๆ ” เมื่อต้องการให้กำลังใจคุณครู

 

11. การแต่งงานเป็นเรื่องของธุรกิจ

เพื่อเชิญแขกมาร่วมในงานแต่งงานของคุณ แค่แจกการ์เชิญอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่คุณจะต้องพาพวกเขาทุกคนไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารแล้วจึงจะเชิญมาร่วมงานได้

นอกจากนี้ ในการไปร่วมงานแต่งงาน แขกที่ไปร่วมต้องร่วมแสดงความยินดีด้วยการใส่เงินในซองหรือมอบของขวัญให้ที่โต๊ะ และจะถูกขานชื่อพร้อมนับจำนวนเงินที่คุณใส่ในซองในขณะนั้นเลย

 

12. รัฐบาลเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน

ผู้นำคนปัจจุบันของเกาหลีใต้ชื่อ Moon Jae-in ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้คนในประเทศ ถึงกับมีหนังสือขายดีเกี่ยวกับตัวเขาด้วย

 

13. มีแปรงสีฟันที่มียาสีฟันในตัวจำหน่าย

ในร้านค้าที่เกาหลี มีสินค้ามากมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “คนขี้เกียจ” เช่น แปรงสีฟันที่มียาสีฟันในตัวเพื่อประหยัดเวลาที่จะต้องบีบยาสีฟันลงไป เป็นต้น

 

ในทุกประเทศมักจะมีธรรมเนียมหรือข้อปฏิบัติที่สร้างความแปลกใจให้กับคนต่างถิ่นอยู่เสมอ จึงไม่แปลกถ้าจะมีคนที่ไม่เข้าใจในธรรมเนียมนั้นๆ แต่หากเราลองเปิดใจและเรียนรู้ไปอย่างสนุกสนาน สิ่งเหล่านั้นจะทำให้ทัศนคติของเราเปิดกว้างและพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ ได้อีกหลากหลายเลยล่ะ :)

ที่มา : brightside.me

loading...

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...