11 เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพบนเครื่องบิน เที่ยวบ่อยยังไง ก็ยังแข็งแรงได้!!

การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วและสะดวกสบายที่สุด นอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางแล้ว ยังทำให้ข้อจำกัดในการเข้าถึงประเทศต่างๆ น้อยลงอีกด้วย

แม้ว่าจะสะดวกสบายขนาดไหน แต่มันก็ต้องแลกมากับข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี (อย่างว่าแหละเนอะ มีได้ มันก็ต้องมีเสีย อย่างนี้แหละ)

ข้อเสียที่ว่าคือ คุณมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยง่ายกว่าการอยู่ในสภาพแวดล้อมอื่นๆ เพราะแม้เหล่าลูกเรือจะพากันยิ้มแย้มช่วยให้เบิกบานใจมากแค่ไหน

แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศและพื้นที่จำกัด เชื้อโรคและแบคทีเรียก็มีโอกาสในการแแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นจนอาจเกิดเป็นโรคร้ายเเรง

ด้วยเหตุนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพบนเครื่องบินมาแนะนำให้คุณได้ลองนำไปใช้เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดจากโรคภัยยิ่งกว่าที่เคย

 

1. หลีกเลี่ยงการบินหลังจากที่แขนหรือขาพึ่งหัก

เนื่องจากความดันภายในห้องโดยสารอาจทำให้เกิดการขยายที่บริเวณขาหรือแขนที่พึ่งได้รับบาดเจ็บมาและก่อห้เกิดความเสียหายที่มากขึ้น หากจำเป็นต้องเดินทาง โปรดปรึกษาแพทย์

 

2. ระวังแบคทีเรียในหมอนและผ้าห่ม

หมอนและผ้าห่มที่ทางสายการบินมีให้บริการมักจะถูกใช้งานมาหลายวันก่อนจะถูกนำไปส่งซัก ทำให้มีโอกาสเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ดังนั้นทางที่ดีจึงควรเตรียมหมอนะและผ้าห่มขึ้นเครื่องไปเองดีกว่าในกรณีที่คุณต้องใช้

 

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสปาก จมูก หรือตาของคุณ

พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่บริเวณปาก ตา และจมูก ซึ่งเป็นแหล่งที่แบลทีเรียสามารถเข้าถึงร่างกายของคุณได้ เพราะแม้จะล้างมือให้สะอาดขนาดไหนก็ป้องกันเชื้อโรคไม่ได้ทั้งหมดอยู่ดี แต่ถ้าคุณติดนิสัยนี้และเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้หมั่นทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือก็จะดีที่สุด

 

4. ลดโอกาสในการติดเชื้อโรคหวัดจากการสัมผัสที่วางแขนและโต๊ะวางถาด

เครื่องบินมักจะถูกทำความสะอาดทุกๆ 30 วัน ถ้าผู้โดยสารคนก่อนๆ มีอาการไข้หวัด โอกาสที่คุณจะได้รับเชื้อก็มีสูง นอกจากนี้ลูกเรือบางคนยังเล่าว่าพวกเขาเคยเห็นผู้โดยสารใช้โต๊ะวางถาดเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กหรือตัดเล็บของพวกเขา

ข้อแนะนำก็คือให้พกทิชชู่เปียกที่สามารถป้องกันแบคทีเรียได้และเช็ดบริเวณเหล่านั้นก่อนที่จะสัมผัส

 

5. หลีกเลี่ยงกาแฟและแอลกอฮอล์เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ jet lag และการระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ

หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ 12 ชั่วโมงก่อนและระหว่างเที่ยวบิน เครื่องดื่มเหล่านี้สามารถทำให้คุณเกิดอาการ jet lag หลังลงจอดได้ และยังทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะปัสสาวะจนทำให้คุณรู้สึกอึดอัดระหว่างการบิน เครื่องดื่มที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่าที่จะช่วยให้คุณเพิ่มความชุ่มชื่นในระหว่างเที่ยวบินให้ร่างกายได้ด้วย

 

6. ลดภาวะการขาดน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อไซนัส

เนื่องจากระดับความชื้นในห้องโดยสารที่มีน้อยกว่าบนพื้นดิน ส่งผลให้ เยื่อหุ้มเซลล์และรูจมูกของคุณแห้งอย่างรุนแรงและอาจทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อไซนัสหรือเป็นหวัด ดังนั้นคุณควรดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและเกลือสูงเนื่องจากอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและทำให้การย่อยอาหารของคุณใช้เวลานานขึ้น

 

7. ปกป้องคุณจากแมลงและเชื้อโรคร้าย

ความสะอาดบนเครื่องบินโดยสารที่ต้องรับนักเดินทางหลายร้อยหลายพันคนในทุกๆ วัน เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ได้มาตรฐาน ทำให้คุณต้องเสี่ยงกับการสัมผัสเชื้อโรคและแบคทีเรียจากเชื้อรา Aspergillus niger ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคปอดบวมและการติดเชื้อ MRSA ซึ่งเป็น superbug ร้ายแรง

หากคุณต้องเดินทางบ่อยๆ พยายามกินวิตามินซีให้สม่ำเสมอ เพราะมันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและต่อต้านเชื้อโรคใหม่ๆ

 

8. สวมหน้ากากอนามัยถ้าคุณรู้ตัวว่าอ่อนแอต่อโรค

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่คุณก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่ปิดล้อมและแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพนี้ หากคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย ดูแลตัวเองและสวมหน้ากากอนามัยซึ่งคุณจะปกป้องทั้งตัวเองและคนอื่นๆ (ในกรณีที่คุณเป็นผู้ป่วย) ได้

 

9. เปลี่ยนตารางเวลานอน

หากคุณกำลังวางแผนที่จะบินไปยังเขตเวลาใหม่ ๆ คุณควรปรับตารางการนอนและรับประทานอาหารของคุณให้เหมาะสม เคล็ดลับก็คือตั้งนาฬิกาในช่วงเวลาสองสามวันก่อนเดินทางให้เป็นเวลาในประเทศที่คุณต้องการเดินทางไปถึง

 

10. ขยับตัวบ่อยๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

การนั่งนานๆ อาจส่งผลให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันและไหลเวียนได้ช้าลง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกายได้ด้วย

ในการเดินทางควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่หลวมเล็กน้อย และพยายามบิดขี้เกียจหรือขยับร่างกายเพื่อให้เกิดการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น

 

11. เปิดระบบการไหลเวียนอากาศ เพื่อป้องกันตัวคุณจากฝุ่นละออง

อย่าปิดการไหลเวียนอากาศเหนือศีรษะของคุณ ไม่ว่าจะรู้สึกหนาวสักแค่ไหน เพราะการไหลเวียนของอากาศจะช่วยป้องกันการไหลเวียนของโรคในอากาศเช่น วัณโรค และเยื่อหุ้มสมองอักเสบซึ่งสามารถอยู่ในอากาศได้นานถึง 5 ชั่วโมง

ช่องระบายอากาศจะสร้างกำแพงอากาศของตัวเองบังคับให้ไวรัสไปถึงพื้นและป้องกันไม่ให้ไปถึงผู้โดยสาร นอกจากนี้ตัวกรอง HEPA ส่วนใหญ่จะช่วยกำจัดเศษฝุ่นออกได้ประมาณ 99.9% แต่ถ้าคุณเป็นคนขี้หนาว ลองหมุนทิศทางลมไม่ให้ปะทะโดนตัวตรงๆ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

 

เพื่อให้คุณสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน และมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดการเดินทาง ลองนำเคล็ลับเหล่านี้ไปใช้ดูนะ :)

ที่มา : brightside.me

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...