10 วิธีบอกให้รู้ว่ารักสุดล้ำจากรอบโลก มิติใหม่ที่ไม่ต้องมีคำพูดหวานๆ ก็ทำให้รู้ได้…

ความรักเป็นเรื่องไม่จำกัดชนชั้น พรมแดน และทุกคนมีสิทธิได้รับความรักจากใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ ความโรแมนติกอาจมีได้หลากหลายรูปแบบโดยไร้กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไข

คู่รักเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรักโดยไม่ต้องมีงานเต้นรำใต้แสงจันทร์ ชุดเจ้าสาวยาวกรุยกราย ดอกไม้เต็มสวน หรือเเขกผู้ร่วมเป็นสักขีพยานใดๆ มีเพียงความรู้สึกที่อยากจะส่งให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าพวกเขามีหัวใจที่ตรงกัน…

 

การอุ้มภรรยาแข่งวิบาก

ในแต่ละปี คู่แข่งในหมู่บ้าน Sonkajarvi ของประเทศฟินแลนด์จะเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาแสนมหัศจรรย์นี้ ด้วยการอุ้มภรรยาหรือคู่รักไว้บนบ่าและร่วมฝ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกัน โดยผู้ชนะจะได้รับเบียร์ปริมาณเท่าน้ำหนักของภรรยาที่รักของเขาตอบแทนความอดทนที่เขามอบให้กับเธอ

 

จัดงานมงคลสมรสในรัสเซีย

หลุมฝังศพของทหารนิรนามเป็นจุดหมายยอดฮิตในเมืองมอสโคว สำหรับงานแต่งงานของคู่รักทั้งหลาย แขกจะถ่ายรูปและดื่มแชมเปญ ในขณะที่คู่บ่าวสาวจะต้องแสดงความเคารพด้วยการวางไข่บริเวณหลุมฝังศพ

 

ส่งจดหมายที่ระเบียงบ้าน Juliet ในเมือง Verona ประเทศอิตาลี

 

ย้อนเวลากลับไปสู่เรื่องราวความรักที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ทุกๆ ปีผู้คนนับพันจะพากันไปที่ Casa di Giulietta ในเมือง Verona ซึ่งเป็นบ้านในศตวรรษที่ 13 ของศตวรรที่เชื่อกันว่าเป็นของตระกูล Capulets เพื่อส่งจดหมายรักของตัวเองฝังไว้บนกำแพงบ้านของ Juliet เช่นเดียวกับที่เธอส่งให้กับคนรักอย่าง Romeo

 

การเลือกคู่ของสุภาพสตรีที่เทศกาล Gerewol Festival

ในกิจกรรมเลือกคู่การอย่างประณีต พร้อมทั้งเพ้นท์หน้าตาและร่วมร้องเพลงเต้นรำเพื่อชิงเจ้าสาว ซึ่งในตอนท้ายของงาน เหล่าสุภาพสตรีจะเลือกชายหนุ่มที่พึงใจมากที่สุดมาเป็นคู่ครอง

 

การเพ้นท์ Henna

ในชุมชนชาวอาหรับและแอฟริกา ชาวสวาฮิลีจะประดิษฐ์รอยสักของตัวเองด้วย Henna ที่สลับซับซ้อนก่อนแต่งงาน สิ่งนี้จะแสดงถึงความงดงามของหญิงสาวและคุณค่าของเจ้าสาว ดังนั้นรอยสักนี้จึงจะต้องถูกออกแบบมาให้สวยงามและประณีตที่สุด

นอกเหนือจากความสุขและความงามแล้ว รอยสักเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านวัฒนธรรมของภาษาสวาฮิลีโดยการออกแบบมักจะปิดบังชื่อย่อของเจ้าบ่าวไว้ในที่ลับๆ บนเรือนร่างของเจ้าสาวอีกด้วย

 

งานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ฉบับกรีก

งานแต่งงานของชาวกรีกเป็นที่รู้จักจากวิญญาณที่เร่าร้อนของพวกเขา ประเพณีที่ยอดเยี่ยมคือการเต้นรำครั้งแรกของคู่รักเมื่อแขกร่วมกันเอาธนบัตรติดตามเสื้อผ้าของคู่บ่าวสาวทำให้พวกเขาควงคู่กันท่ามกลางพื้นที่โอบล้อมด้วยเงิน

 

ร้องเพลงที่ Mt. Hagen

ชนเผ่าปาปัวนิวกีนีจะวาดลวดลายบนร่างกายของพวกเขาและสวมชุดเครื่องแต่งกายที่มีสีสันเพื่อสร้างความประทับใจให้คนรักที่หมายปอง (โดยมากมักเป็นนักรบหรือผู้เเข็งเเกร่งในเผ่า) การร้องเพลงเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเป็นรูปแบบและพิธีกรรมการแต่งงานของนกสวรรค์ตัวผู้ในการแสดงความรักของลานตา

 

Eloping ในสกอตแลนด์

เมื่อพระราชบัญญัติการสมรสของปี 1754 ได้บัญญัติว่าการสมรสระหว่างบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปีเป็นเรื่องผิดกฎมาย ทำให้คู่รักวัยหนุ่มสาวชาวอังกฤษข้ามพรมแดนไปยังสกอตแลนด์ซึ่งกฎหมายไม่สามารถบังคับได้

ที่หมู่บ้านแห่งแรกบนเส้นทาง Gretna Green คือจุดที่คู่รักซึ่งพากันหลบหนีมักมาหยุดพักที่นั่น จนถึงทุกวันนี้มีคู่รักราว 5,000 คนเข้าชมในแต่ละปีเพื่อมอบสัญญาใจให้แก่กัน

 

ช้อนแห่งรักในเวลส์

ที่เวลส์มีประเพณีแสนน่ารักซึ่งจะมอบช้อนที่ทำจากไม้แกะสลักอย่างประณีตเป็นของขวัญให้กับคนรักเพื่อแสดงออกถึงความปรารถนาดีที่มีให้กัน

 

กุญแจคู่รักในอิตาลี

แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ Federico Moccia และภาพยนตร์ I Want You ผู้คนเริ่มคล้องกุญแจของตัวเองและคนรักเข้ากับ Ponte Milvio แล้วจึงโยนกุญแจลงแม่น้ำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ความรักที่จะไม่มีวันพรากจาก

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในวงกว้าง ถึงอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งกุญแจลงในแม่น้ำและอันตรายในด้านอื่นๆ

 

ความรักอาจไม่จำเป็นต้องบอกเป็นคำพูด หรือเขียนเป็นถ้อยคำ ยังมีการแสดงความรักที่ทำให้อีกฝ่ายรับรู้อย่างชัดเจนได้ในหลายวิธีและแน่นอน สำคัญที่สุดคือมันมาจากใจและความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ :)

ที่มา : www.rd.com

loading...

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...