ฝรั่งเขียนเหตุผล ว่าทำไม “กรุงเทพ” ติดอันดับใน 50 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในปี 2018

ประเทศไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งในเอเชียและฝั่งตะวันตก ทำให้มักพบเห็นภาพของชาวต่างชาติเดินปะปนอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ จนชินตา

 

 

แต่ในปีนี้ได้เกิดปรากฎการณ์การท่องเที่ยวไทยมีความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการรายงานของสื่อต่างๆ พบว่ามีผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศกว่า 21 ล้านคนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองหลวง ในปี 2017

และทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก

ในสื่อต่างชาติได้มีการเขียนอธิบายถึงความน่าสนใจของสถานที่ที่เกิดขึ้นใหม่ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยพร้อมทั้งบอกจุดเด่นที่เป็นเหตุผลให้นักท่องเที่ยวอยากเข้าไปลองสัมผัส

 

 

 

หนึ่งในนั้นคือเรื่องที่พัก เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด มหานครแห่งนี้ได้มีการจัดการเพื่อต้อนรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรมใหม่ๆ ในปีนี้

อย่างเช่นโรงเเรม Waldorf Astoria Bangkok ซึ่งมีสปาบาร์บนชั้นดาดฟ้าและสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบอินฟินิตี้ ที่สามารถมองเห็นได้จาก Royal Bangkok Sports Club

ในขณะที่ห้องพัก Bangkok Edition จำนวน 155 ห้องจะเปิดในช่วงซัมเมอร์นี้ที่มหานครซึ่งเป็นตึกระฟ้าสูงตระหง่าน

 

 

ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์และแคปเปลล์ ทั้งสองมีคุณสมบัติในการทำงานของโครงการเจ้าพระยาเอสเตท การพัฒนาริมน้ำอันเขียวชอุ่มซึ่งเป็นแหล่งชอปปิ้ง

 

 

นอกจากนี้ คู่มือ Michelin Guide ที่พึ่งจะมีการเปิดตัวไปเร็วๆ นี้หลังจากที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

สำหรับคนรักงานศิลปะมีพื้นที่โฆษณาที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ รวมทั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งประเทศไทยที่เพิ่งจะย้ายไปอยู่ที่ที่ทำการไปรษณีย์บนถนนเจริญกรุง

 

 

Warehouse 30 คลังสินค้ายุคสงครามโลกครั้งที่สองถูกปรับปรุงโดย starchitect Duangrit Bunnag และ ChangChui ให้กลายเป็นร้านค้า บาร์ และภัตตาคารที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

รวมถึงเครื่องบินเก่านำมาสร้างใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่งานศิลป์ที่สามาระเดินเที่ยวเล่นได้อย่างเพลิดเพลิน

 

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองยอดฮิต แม้ว่านับตั้งแต่ในอดีตจะกรุงเทพจะเป็นสยามเมืองยิ้มของชาวต่างชาติอยู่แล้ว

แต่ย่านท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมถึงที่พักใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ได้สร้างความสนใจและแรงดึงดูดที่มากขึ้นทำให้ประเทศไทยของเราก้าวสู่การติดอันดับ 1 ใน 50 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในปี 2018

ที่มา : www.travelandleisure.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...