4 วิธีพัฒนา “ทักษะความเป็นผู้นำ” แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย

ภายในมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการสร้างทักษะที่จำเป็นเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้นำหรือบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต

 

 

บางครั้ง การสร้างทักษะนั้นเกิดขึ้นในห้องเรียน แต่การเรียนรู้ที่แท้จริงมักเกิดขึ้นในโลกอันกว้างใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงทักษะความเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำในโรงเรียนไม่ว่าในกิจกรรมหรือด้านไหนๆ จะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาคุณสมบัติที่จำเป็นในอนาคตได้เป็นอย่างดี เช่น

– มีความยืดหยุ่น

– ความคิดสร้างสรรค์

– ความสามารถในการมอบหมาย

– วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์

– การแก้ปัญหา

– การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

และนี่คือ 4 วิธีพัฒนาความเป็นผู้นำแบบง่ายๆ ที่คุณสามารถมีส่วนร่วมได้ในระหว่างที่กำลังเรียนอยู่

 

1. เป็นสมาชิกชมรมต่างๆ

มีหลายชมรมหรือองค์กรต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมของนักศึกษา ซึ่งคุณสามารถมีส่วนร่วมและอาจสมัครเข้ารับตำแหน่งที่สนใจได้ และจากการทำงานเหล่านี้คุณจะได้ค้นพบทักษะที่ตัวเองถนัดหรือเรื่องที่คุณสนใจผ่านการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ อย่างชมรมฟุตบอล หรือ หมากล้อม

 

2. เป็นหัวหน้างานกลุ่ม

ไม่ว่าคุณจะเรียนสาขาอะไรก็ตาม การทำงานเป็นกลุ่มคือส่วนสำคัญของประสบการณ์ที่ควรได้รับ โดยการรับผิดชอบในงานกลุ่มเหล่านี้จะทำให้คุณเรียนรู้วิธีมอบหมายงาน ช่วยสมาชิกในทีมทำงานต่อในส่วนที่ติดขัด และช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

 

3. รับช่วยงานของมหาวิทยาลัย

มีงานภายในมหาวิทยาลัยจำนวนมากสำหรับนักศึกษา ตั้งแต่แผนกดูแลศิษย์เก่า แผนกนักกีฬาไปจนถึงห้องปฏิบัติการชีววิทยา คุณสามารถหาสิ่งที่เหมาะกับความสนใจของคุณที่จะช่วยขยายทักษะของตัวเองได้ (อย่างในไทยก็มีการรับนักศึกษาช่วยงานซึ่งจะมีค่าตอบแทนตามเงื่อนไขของแต่ละมหาวิทยาลัย)

 

4. ทำกิจกรรมอาสาสมัคร

มีหลายชมรมในมหาวิทยาลัย ที่ทำการระดมทุนเช่น การรับบริจาคเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย การรับบริจาคหนังสือและเงินทุนสร้างห้องสมุดให้พื้นที่ขาดแคลน หรือการสร้างโรงเรียนในเขตชนบท คุณสามารถเข้าร่วมงานอาสาสมัครเหล่านี้ หรืออาจจะเป็นต้นคิดโครงการเพื่อให้เกิดความร่วมมือในหมู่นักศึกษา ซึ่งก็เป็นหนึ่งในทักษะที่คุณจะได้เรียนรู้ระหว่างการทำงานเหล่านี้

 

ช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยคือช่วงเวลาที่มีค่าซึ่งคุณจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงกับคนหมู่มากที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะงั้นแทนที่จะปล่อยเวลา 4 – 6 ปีให้ผ่านไปเฉยๆ มาลองทำอะไรที่ไม่คิดว่าจะทำเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่กันดีกว่า!!

ที่มา : www.toeflgoanywhere.org

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...