แอร์โฮสเตสร่วมเผย 13 เรื่องในการเดินทางด้วยเครื่องบิน ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

ไม่มีใครรู้เรื่องบนการบินมากกว่าพนักงานสายการบิน และนั่นเป็นความจริง ถ้าคุณต้องอยู่กับอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน คุณจะก็เรียนรู้เรื่องเหล่านั้นจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้หมือนกัน

แต่ในเมื่อคุณไม่ใช่พนักงานสายการบิน คุณอาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้ ซึ่งได้ทำการสำรวจมาจากพนักงานสายการบินตั้งแต่พนักงานจำหน่ายตั๋วไปจนถึงพนักงานบนเครื่องบิน และนี่คือเรื่องราวที่สาวๆ เหล่านี้ได้เล่าสู่กันฟัง

 

 

1.คุณไม่สามารถเปิดประตูระหว่างที่เครื่องกำลังบินได้ แม้ว่าคุณจะพยายามพังมันก็ตาม

Annette Long แอร์โฮสเตสผู้มีประสบการณ์กว่า 13 ปีบอกว่า “การเปิดประตูระหว่างบินเป็นข้อห้ามสำคัญ และมันแทบเป็นไปไม่ได้ขณะที่เครื่องบินอยู่

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้โดยสารบางคนที่พยายามจะทำมันให้ได้ ซึ่งการทำแบบนั้นทำให้บางครั้งนักบินต้องลงจอดฉุกเฉินเพื่อนำตัวผู้โดยสารคนนั้นออกไป สิ่งเหล่านี้พวกแอร์ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจหรอกนะ เพราะพวกเราต้องรายงานและให้กัปตันเป็นคนบอกว่าเราควรจะทำยังไง”

 

2.เครื่องบินไม่ได้สะอาดอย่างที่คิด

ผู้โดยสารบางคนก็เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กบนโต๊ะวางถาดอาหาร และถึงแม้ว่าจะได้รับการเช็ดทำความสะอาดแล้ว แต่อย่าลืมว่าเราใช้ผ้าผืนเดียวกันเช็ดเก้าอี้และเบาะแทบทุกตัว ซึ่งมีสถิติว่าโต๊ะวางถาดอาหารนี่ล่ะที่สะอาดน้อยที่่สุดในเครื่องบิน

นอกจากนี้บางคนยังเข้าห้องน้ำด้วยเท้าเปล่าและทิ้งคราบไว้ ทำให้บางครั้งเกิดอุบัติเหตุ บอกได้เลยว่าในสายตาของเหล่าแอร์ เครื่องบินไม่ใช่สภาพเเวดล้อมที่สะอาดนักหรอก

 

3.คุณสามารถนำโทรศัพท์ขึ้นมาบนเครื่องได้ ยกเว้น Samsung Galaxy Note 7

คงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับโทรศัพท์ระเบิดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่  Samsung Galaxy Note 7 ถูกห้ามไม่ให้นำขึ้นเครื่อง และถึงแม้ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์จากค่ายอื่นๆ มันก็เสี่ยงที่อุปกรณ์อิเลคทรอนิคในสมาร์ทโฟนจะเสี่ยงมีปัญหาขณะบินอยู่ดี

 

4.พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้ค่าแรงเฉพาะตอนที่เครื่องออกบินเท่านั้น

พวกเขาไม่ได้ค่าจ้างเต็มเวลาหรอกนะ เพราะจะได้ค่าจ้างเฉพาะเวลาที่เครื่องออกบินแล้วเท่านั้น “เช่น วันนี้คุณอาจทำงานตั้ง 12 ชั่วโมง แต่คุณจะได้รับค่าชั่วโมงบินเพียงหกชั่วโมง”

นอกจากนี้สวัสดิการของพวกเขายังไม่ครอบคลุมอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการยกกระเป๋าหนักๆ ขึ้นไว้ในช่องใส่ของ เพราะฉะนั้นโปรดจำไว้ว่าไม่ใช่หน้าที่ของแอร์ที่จะยกกระเป๋าให้คุณ

 

5.ถ้าคุณบินไฟลท์เช้า คุณจะสามารถเลี่ยงเครื่องดีเลย์ได้มากกว่า

อดีตพนักงานบริการลูกค้าของท่าอากาศยานเทรวิสโอนีลเล่าให้ฟังว่า  “เป็นเรื่องที่รู้กันว่าถ้าคุณยิ่งเดินทางดึก คุณจะยิ่งมีโอกาสเจอกับไฟลท์ที่ดีเลย์ได้มากกว่าตอนเช้า”

 

6.ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน คุณผู้โดยสารจะช่วยเหลือดิฉันได้มั้ยคะ?

ตามที่พนักงานต้อนรับได้รับการอบรมมาในกรณีฉุกเฉิน ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้โดยสารผู้ชายเพื่อเปิดประตูฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นหากมีพนักงานมาถามว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณจะช่วยเหลือดิฉันได้หรือเปล่าก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะคุณอาจจะได้โอกาสในการเป็นฮีโร่หากเกิดอะไรขึ้นก็ได้

 

7.การไปรับกระเป๋าเป็นคนสุดท้ายจะช่วยให้เช็คของง่ายกว่า

หนึ่งในพนักงานของสนามบินได้กล่าวเอาไว้ว่า การที่คุณรีบออกจากเครื่องแล้วตรงไปยังที่รับสัมภาระบางครั้งกระเป๋าอาจจะยังไม่ถูกโหลดขึ้นมาและทำให้คุณต้องรอซึ่งเมื่อคนมาเยอะๆ คุณก็จะไม่มีเวลาเช็คว่ามันเสียหายหรือเปล่า ทางที่ดีที่สุดคือรอออกจากเครื่องเป็นคนท้ายๆ ก็ได้ เพราะยังไงกระเป๋าก็จะวนลูปอยู่ดีและเมื่อคุณมาถึงเป็นคนสุดท้ายกระเป๋าก็จะอยู่ที่ปลายสายพานพอดี

 

8.ห้ามพกแอลกอฮอล์ขึ้นเครื่อง

เพื่อความปลอดภัยขณะบิน พนักงานต้องรู้ว่าคุณดื่มไปเยอะแค่ไหน หรือดื่มอะไรลงไปบ้าง ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถที่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ตัวเองได้ แถมมีแนวโน้มว่ายิ่งคุณบินระยะไกลคุณยิ่งมีโอกาสที่จะดื่มมากขึ้น ซึ่งนั่นอาจจะเพิ่มงานให้พนักงานบนเครื่องโดยไม่จำเป็น

 

9.คุณอาจต้องเสียเงินหลายพันดอลลาร์โดยไม่จำเป็นหากต้องการลงด้วยเบาะฉุกเฉิน

ในปี 2014 ผู้โดยสารบนสายการบิน China Eastern Airlines ระบุว่าเขาต้องการลงจากเครื่องให้เร็วที่สุดและใช้เบาะลงฉุกเฉินโดยพลการซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เกิดการบินล่าช้าและค่าเสียหายกว่า16,000 เหรียญ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพนักงานต้อนรับเผลอเปิดมันเข้า ทำให้สายการบิน United Airlines ต้องยอมจ่าย 6,000 – 12,000 เหรียญเพียงเพื่อพับเบาะฉุกเฉินนี้กลับเข้าตู้คอนเทนเนอร์โดยไม่ให้เกิดความเสียหาย

 

10.บางครั้งคุณอาจจะต้องนั่งข้างศพ

คุณอาจจะไม่เคยได้ยินว่ามีใครเสียชีวิตบนเครื่องบิน แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีแพทย์หรือเครื่องมือช่วยชีวิตแบบครบพร้อมจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่สมมติว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน และมีคน “ตาย” บนเครื่องบินจริงๆ พวกเขาก็ต้องทำมาตรการฉุกเฉิน นั่นก็คือจัดที่นั่งให้กับผู้ตายคนนั้นให้ดีที่สุด อย่างเช่นที่นั่งบริเวณซึ่งปลอดผู้โดยสาร หรือแถวสุดท้ายที่ปลอดคน จนกระทั่งเครื่องบินลงจอดแล้วก็จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเสียชีวิต

 

11.มีกฏเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายที่จะสวมขึ้นเครื่องบิน

บางสายการบินอาจสั่งห้ามผู้โดยสารที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ดูไม่เหมาะสมหรืออึดอัดเกินไปขึ้นเครื่อง ซึ่งนั่นทำให้ผู้โดยสารบางคนอาจจะขัดใจบ้าง แต่กับบางคนพวกเขารู้สึกดี

“ฉันคิดว่ามันเยี่ยมยอดที่เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกับชุดสูทและรองเท้าส้นสูง คุณอาจจะแต่งตัวให้ดูสุภาพในชุดลำลองก็ได้ ตราบเท่าที่มันไม่ใช่ชุดนอน”

 

12.บางสายการบินสามารถยิงปืนชอตไฟฟ้าใส่คุณได้

ในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายและคุกคามชีวิตของลูกเรือและผู้โดยสาร (เช่น เหตุก่อกวนหรือก่อการร้ายบนเครื่องบิน) ซึ่งเหล่าลูกเรือจะได้รับการฝึกสอนและอบรมมาอย่างดี เพื่อให้สามารถใช้วิจารณญานประเมินสถานการณ์ว่าจะต้องใช้ปืนชอตไฟฟ้าหรือไม่ ถือเป็นหนึ่งแผนที่ตระเตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

 

13.ที่นั่งแถวหลังๆ มักจะได้รับการบริการที่ดีกว่า

ในขณะที่คนทั่วไปอาจชอบที่จะจองที่นั่งบริเวณด้านหน้าเครื่องเพื่อให้สามารถลงจากเครื่องบินได้ก่อน หรือมีโอกาสในการเลือกของว่างบนเครื่องได้มากกว่า

แต่เหล่าลูกเรือรู้กันดีว่า ที่นั่งบริเวณด้านหลังมักจะได้รับบริการที่ดีกว่าเหตุผลก็เพราะพวกเขามักไม่ค่อยเรียกร้องอะไรมากเท่ากับผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า (อาจจะเป็นเพราะว่ารู้ว่าคงไม่ค่อยเหลืออะไรให้เลือกมากนักก็เป็นได้นั่นเอง)

 

ที่มา : www.businessinsider.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...