ธุรกิจมืดในฟินแลนด์ เลี้ยง “สุนัขจิ้งจอก” ให้อ้วนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 เท่า เพราะต้องการแค่ขน

การเจริญเติบโตของมนุษย์ในเรื่องของร่างกายและรูปลักษณ์ภายนอกส่วนหนึ่งมาจากอาหารการกิน ที่ได้รับมาจากคนที่คอยเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เกิด ส่งต่อมาเป็นความปกติของเราในปัจจุบัน และเหล่าสัตว์เองก็เช่นกัน แต่เมื่อมันถูกกำหนดให้เป็นในสิ่งที่เหนือกว่าคำว่าธรรมชาติ แน่นอนว่าผลกระทบที่ตามมา จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของมันไปตลอดกาล…
อย่างเช่นสุนัขจิ้งจอกที่ถูกเลี้ยงดูในฟาร์มขนสัตว์ประเทศฟินแลนด์ ที่มีภาพเผยให้เห็นความอ้วนกับเนื้อหนังที่ติดกันเป็นชั้นๆ ทั่วร่างกาย เป็นหนักถึงขนาดที่ว่าส่วนของไขมัน ได้ไปปิดตาของมันเลยทีเดียว

 

 

กรมคุ้มครองสัตว์ได้ออกมาบอกอีกว่าน้ำหนักตัวของพวกมันในฟาร์มจะหนักกว่าจิ้งจอกทั่วไปถึง 5 เท่า เมื่อจิ้งจอกป่าตัวเมียจะหนัก 3.5 กิโลกรัม แต่สำหรับสุนัขจิ้งจอกที่เห็นนั้น มีน้ำหนักมากกว่า 19 กิโลกรัม จากการตรวจสอบพบว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการเจริญเติบโตเกินขีดจำกัดของสายพันธุ์ พวกมันจะได้รับอาหารที่มีไขมันสูงเพื่อให้มีขนาดตัวใหญ่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นับว่าเป็นการทำผิดกฎหมายภายในประเทศฟินแลนด์ ในเรื่องของการเลี้ยงปศุสัตว์อย่างทรมาน

Claire Bass กรรมการบริหารจากองค์กรต่อต้านการใช้ขนสัตว์ได้ออกมากล่าวว่า “ฟาร์มขนสัตว์ไม่สามารถทำสิ่งผิดจรรยาบรรณได้ นั่นคือเรื่องที่ผิดเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้สัตว์ที่ดูสวยงามต้องมาทนทุกข์ทรมานในการเคลื่อนที่อย่างยากลำบาก รวมถึงการมองเห็น”
เธอเสริมว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้สนใจเพียงแค่ผลประโยชน์โดยมองข้ามการใส่ใจดูแลพวกมัน และจะเป็นเรื่องที่รบกวนจิตใจของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากขนของสัตว์เหล่านี้”

 

 

บริษัทชั้นนำมากมายก็ได้ใช้ขนจากสัตว์เหล่านี้กันทั้งนั้นยกตัวอย่าง Louis Vuitton หรือ Gucci แสดงให้เห็นว่าจากปริมาณความต้องการที่มากของผู้บริโภค จึงไม่แปลกที่จะมีฟาร์มหลายที่ใช้วิธีในการเพิ่มผลผลิตได้ง่ายยิ่งขึ้น เพิ่มเติมคือฟินแลนด์เป็นประเทศที่ผลิตขนสุนัขจิ้งจอกใหญ่ที่สุดในยุโรป ในระดับโลกก็เป็นรองแค่ประเทศจีนเท่านั้น ทำให้มีจิ้งจอกถูกฆ่าเพื่อนำขนมาใช้มากกว่า 1.8 ล้านตัวในปี 2014

 

ที่มา: catdumb.

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...