เบื้องลึกหน่วยพิเศษต่อต้านก่อการร้ายแห่งอังกฤษ ดูสิว่าแกร่งขนาดนี้เค้าพกอะไรกันบ้าง!?

หลายประเทศในทวีปยุโรปกำลังเผชิญปัญหาการก่อการร้ายที่สร้างความหวาดหวั่นไปทั่วโลก จึงต้องออกมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดและดุดันมารับมือกับการกระทำอันเลวร้ายเหล่านี้

Sir Bernard Hogan-Howe ผู้บัญชาการตำรวจ Metropolitan Police ประจำกรุงลอนดอน ได้เปิดเผยแผนการรับมือการก่อการร้ายที่กำลังสร้างความหวาดกลัวไปทั่วโลก ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 600 นาย พร้อมอาวุธปืนพกและปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ SIG Carbine

 

พวกเขาคือ Counter Terrorism Specialist Firearms Officers หรือ C-men ตำรวจนครบาลพิเศษที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อรับมือกับเหตุก่อการร้ายโดยเฉพาะ

 

ตำรวจทุกนายมีรถคู่ใจเป็นรถจักรยานยนต์ BMW F800GS ที่สามารถนำพาพวกเขาไปอยู่ในที่เกิดเหตุทุกซอกซอยอย่างทันท่วงที และได้รับอนุญาตให้ใช้เรือสปีดโบ๊ทสำหรับการเดินทางทางน้ำทั่วกรุงลอนดอน

 

เจ้าหน้าที่จะสวมหน้ากากและชุดเกราะเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินในทุกสถานการณ์ พวกเขาถูกฝึกฝนมาให้รับมือกับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจับตัวประกัน การโจมตีเป้าหมาย หรือแม้แต่การลักพาตัว

 

และนี่เป็นเพียงเจ้าหน้าที่พิเศษชุดแรกเท่านั้น โดยจะมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมเพิ่มเติมเพื่อให้มีจำนวนมากถึง 1,500 นายเป็นอย่างต่ำ

Sir Bernard กล่าวว่า “ประชาชนไม่ได้ถูกหลอกลวงง่ายๆ พวกเขาทราบดีว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธเกิดขึ้น และมันคือหน้าที่ของเราที่จะต้องตอบโต้กับการโจมตีเหล่านั้น”

“ปัจจุบันสถานที่สำคัญต่างๆ มีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธประจำการณ์อยู่ทั่วไป มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่ทำให้แตกตื่น ผมคิดว่าประชาชนจะเข้าใจดีว่าเราจำเป็นต้องมีอาวุธเพื่อปกป้องพวกเขาจากคนร้ายที่มีอาวุธเช่นกัน”

 

อย่างไรก็ตาม Steve White ประธานสมาพันธ์ตำรวจเผยว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี จึงจะมีเจ้าหน้าที่ C-men ครบ 1,500 นายตามเป้า

โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนเป็นอาสาสมัครที่ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด และ C-men ทุกนายต้องมีความสามารถที่ทัดเทียมกัน

“เราต้องการให้พวกเขาประจำการอยู่ทั่วประเทศเพราะอาจเกิดเหตุโจมตีขึ้นหลายแห่งในคราวเดียว”

 

จากการสำรวจในเดือนมีนาคม 2016 พบว่าจำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในอังกฤษและเวลส์นั้นลดลงอย่างน้อย 8 เท่า จึงต้องมีการจัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีแผนการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่หลังเกิดการโจมตีกลางกรุงปารีสที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 130 ราย

 

Sir Bernard กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่เหล่านี้คือผู้ที่ยอมวิ่งเข้าสู่อันตราย พวกเขาคือฮีโร่ของเราทุกคน”

“ถ้ามองข้ามเรื่องการพกพาอาวุธแล้วพวกเขาก็คือเจ้าหน้าที่ธรรมดาๆ คนหนึ่งของประชาชน ทุกคนสามารถเดินเข้าไปสอบถามหรือขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้เสมอ”

 

 

ที่มา: postjung

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...