ความแตกต่างในการเลี้ยงดูลูกระหว่าง “พ่อแม่อเมริกัน” และ “พ่อแม่ไทย”

เว็บไซต์ Robdann ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “5 วิธีการเลี้ยงลูกของครอบครัวอเมริกัน ที่ต่างกับไทยคนละขั้ว” ทั้งนี้ ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นและประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียนเอง เราลองไปดูกันซิว่าจะจริงแท้สักแค่ไหนและแตกต่างจากไทยเราอย่างไรกันครับ

 

948038

 

1. ครอบครัวอเมริกันไม่เคยบอกหรือบังคับว่าลูกต้องเป็นอะไร แต่จะคอยสนับสนุนในสิ่งที่ลูกชอบ

เช่น ถ้าลูกชอบเลี้ยงหมู พ่อแม่ก็จะซื้อหมูมาให้เลี้ยง และลูกก็ดูแลหมูอย่างดี จนเอาไปประกวดได้รางวัล ถ้าลูกชอบดนตรีก็ซื้อเครื่องดนตรี และให้ลูกฝึกฝน จนไปเข้าวงดุริยางค์ เป็นต้น พ่อแม่จะสนับสนุนลูกในสิ่งที่ลูกชอบและถนัดไปเลย เพราะเขาเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในตัวเองซ่อนอยู่

ส่วนพ่อแม่ไทยมักจะบอกหรือบังคับให้ลูกทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ โดยไม่เคยถามความต้องการลูก เช่น ลูกชอบเล่นดนตรี แต่พ่อแม่อยากให้ลูกเล่นกีฬา เพราะคิดว่าดนตรีไม่มีประโยชน์ ก็เลยบังคับให้ลูกไปซ้อมกีฬา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้นั่นดีที่สุด

 

2. ครอบครัวอเมริกันไม่ห้ามลูกมีแฟน

พ่อแม่ชาวอเมริกันเชื่อว่า ถึงจะห้ามไป เด็กก็ยังมีแฟนอยู่ แทนที่จะให้ลูกมีแฟนโดยที่พ่อแม่รู้และอยู่ในสายตาดีกว่า ทำให้เกิดโมเม้นท์แบบพ่อแม่ช่วยลูกเลือกแฟน ทำให้วัยรุ่นมีผู้ใหญ่ช่วยตัดสินใจ

ซึ่งการเลี้ยงลูกแบบนี้น่าจะขัดกับวัฒนธรรมไทย เพราะเราเชื่อว่า เด็กอายุยังน้อย ยังอยู่ในวัยเรียน ต้องสนใจแต่การเรียนไม่ใช่เรื่องรักๆใครๆ การมีแฟนจึงเป็นเรื่องต้องห้าม ทำให้เด็กไม่กล้าปรึกษาเรื่องความรักกับพ่อแม่ แล้วไปปรึกษาเพื่อนแทน อาจทำให้เกิดการตัดสินใจผิดก็ได้

 

3. ครอบครัวอเมริกันให้ลูกรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

ชาวอเมริกันเขารู้ว่าพ่อกับแม่ไม่สามารถอยู่เพื่อปกป้องดูแลลูกตลอดเวลาได้ ลูกต้องโตและช่วยเหลือตัวเองได้ เขาจึงมักมอบหมายงานบ้านที่ลูกทำได้ให้ลูกๆรับผิดชอบตั้งแต่เด็กๆ เช่น เด็ก 2 ขวบ ก็จะฝึกให้เลือกเสื้อผ้าเอง ทานข้าวเอง พอโตขึ้นมาหน่อยก็ให้อาหารสุนัขทุกเช้า และช่วงมหาลัยก็ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาค่าเทอมและเรียนไปด้วย

กลับกันกับคนไทยส่วนใหญ่มักเลี้ยงแบบประเคนให้ลูกทุกสิ่งทุกอย่าง อยากให้ลูกสบาย อันที่เห็นได้บ่อยๆคือ แม่ต้องเดินไล่ตามป้อนข้าวลูกๆเป็นประจำ พอเริ่มเข้าโรงเรียนก็ยังต้องเตรียมชุด แต่งตัว เปียผมให้ พออยู่มหาลัยก็ยังแบมือขอเงินแม่ทั้งค่าเทอม ค่าหอ ค่ากิน ค่าเที่ยวต่างๆนานา ซ้ำร้ายบางครอ
บครัว ลูกทำงานแล้วยังต้องเอาเงินให้ลูก เพราะเงินเดือนลูกไม่พอใช้อีก

 

4. มีเวลาพิเศษของครอบครัว

วันหยุดสุดสัปดาห์จะต้องมี Family Time คือ ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นครอบครัว เช่น ตกปลา ย่างบาร์บีคิว ไปปิคนิกเพื่อที่สมาชิกในครอบครัวจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พูดคุยและหัวเราะไปด้วยกันฯลฯ

แต่ครอบครัวไทย พอวันหยุดสมาชิกแต่ละคนก็จะไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ได้ทำความตกลงที่ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน โดยเฉพาะสังคมก้มหน้าในยุคนี้

 

5. มีเวลาระหว่างพ่อกับแม่

ในแต่ละปี พ่อแม่ชาวอเมริกันมักจะหาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันหนึ่งอย่าง เช่น ไปเรียนเต้นรำด้วยกันสักหนึ่งคอร์ส บ้างก็เรียนทำอาหารด้วยกัน เป็นการเติมความหวานให้ชีวิตคู่อยู่เสมอ ทำให้ลูกๆ ได้รู้ว่าว่าพ่อแม่ยังรักกันหวานชื่นอยู่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวมีความอบอุ่นไปด้วย

ซึ่งในครอบครัวไทยจะหาได้ยาก เพราะพ่อแม่ไทยมักจะไม่ค่อยลองทำอะไรๆใหม่ ไม่ค่อยลงทุนกับเรื่องแบบนี้ อีกทั้งครอบครัวยุคปัจจุบัน ทั้งเหนื่อยกับงาน เหนื่อยกับลูก จนลืมที่จะเติมความหวานซึ่งกันและกัน สุดท้ายก็เกิดความเบื่อหน่าย เห็นเรื่องครอบครัวเป็นหน้าที่ เป็นภาระที่ต้องแบก ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยกตามมา

 

เมื่อลองเปรียบเทียบดูแล้วจะเห็นได้ว่าชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับครอบครัว และใส่ใจความรู้สึกของคนในครอบครัวมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รับการปลูกฝังมาเหมือนๆกับชาวอเมริกัน แต่ก็สามารถนำวิธีการเลี้ยงลูกของพวกเขาไปปรับใช้กับครอบครัวเราได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ครอบครัวคือสิ่งที่มีค่าที่สุด

ข้อมูลจาก: robdann

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...