เคล็ดลับจัดระเบียบเวลาในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ… จัดสรรค์เวลาให้ได้อย่างคุ้มค่า

สำหรับบทความนี้ผมมี เคล็ดลับจัดระเบียบเวลาในการอ่านหนังสือเตรียมสอบ” มาฝากเพื่อนๆกันครับ เอาไว้ใช้สำหรับใครที่มีเวลาในการอ่านหนังสือน้อยนั่นเอง ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูพร้อมๆกันเลยครับ

 

54yyzvb4-1411951584

 

— การเตรียมตัวก่อนถึงเวลาที่จะอ่าน —

1. เตรียมข้อมูลอะไรให้พร้อม เลือกข้อมูลที่ดีที่สุดมา 1-2 ข้อมูล อย่าเอาทุกข้อมูลมากอง จะทำให้เสียกำลังใจ และบั่นทอนกำลังของตัวเองเปล่าๆ ชีวิตต้องเลือก ข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือ อันที่สมบูรณ์สุดๆ อาจจะเป็นเลคเชอร์เพื่อน หรือหนังสือพื้นฐานที่ต้องอ่านก็ว่ากันไป

2. กะเวลาให้ถูก ไม่ใช่หวังว่าอ่านหนังสือ 100 หน้า ภายใน 4 ชั่วโมงจะจบลงอย่างมีประสิทธิภาพได้ง่ายๆ ลองเทียบเคียงความสามารถของตัวเองควบคู่กับการกะเวลาด้วย โดยทั่วไปแบบจดจำได้ดีนั้นและเร็วนั้น หน้าภาษาไทยจะใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที และภาษาอังกฤษไม่เกิน 3-5 นาที

3. สร้างบรรยากาศ การอ่านโต้รุ่งก็คงไม่พ้นห้องนอน ถ้าเป็นห้องนอน ต้องทำให้ห้องมีอากาศถ่ายเทมากที่สุด ห้องใครติดหน้าต่างโชคดีไป เปิดหน้าต่างรับลมบ้างก็ดีนะ ถ้าห้องแอร์จะทำให้ความเชื่องช้าบังเกิดได้โดยง่าย อย่านอนอ่าน ไม่งั้นจบเห่ และไม่แนะนำให้อ่านโต้รุ่งแล้วไปสอบ

4. วางแผนการพักผ่อน การตั้งเป้าเพื่อให้รางวัลตัวเองนั้นสำคัญมาก อย่าลืมพูดคุยกับตัวเองว่า จะพักก่อนอ่าน จะอ่านก่อนพัก หรือ จะพักระหว่างอ่าน ต้องมีพักบ้าง ไม่งั้นมึน สายตาเสีย กล้ามเนื้อหด เป็นตะคริว เมื่อยคอ แก่ตัวมาจะแย่นะ (เวิ่นจริงๆ จขบ.เนี่ย 555+) สรุปคือ อย่าดุ่มๆ อ่านลูกเดียว จำไว้ๆ ถ้าเกิดปวดตามาให้เอามือป้องลูกตาไว้จะดีขึ้น

5. อย่าให้ความเครียดมากดดันตัวเอสำคัญมากที่สุดคือเรื่องอารมณ์ ควบคุมอารมณ์ให้อยู่ ถ้าทำข้อ 1-4 ได้แล้ว ให้สบายใจได้ อย่าเครียดเด็ดขาด ไม่งั้นจะสมาธิหลุดและเกิดความท้อแท้ระหว่างทางได้  ถ้าอารมณ์ขณะนั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ อย่าฝืนอ่านเด็ดขาด ให้หาอย่างอื่นที่ชอบทำ หรืออาจจะนอนพักสักเล้กน้อย จิบน้ำหวานให้สดชื่น หรือเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเลยก็ดี

6. กินข้าวและอาบน้ำ ส่วนตัวว่ามันจำเป็นมาก อย่างที่เคยบอกคือ กินข้าวพอดีๆ อย่าอิ่มมาก หยิบของหวาน หรือน้ำหวานมาประกอบการอ่านด้วย เพราะสมองใช้งานหนัก อาจต้องการน้ำตาลเสริม และถ้าใครโต้รุ่งที่บ้าน ก็ควรจะอาบน้ำก่อนอ่าน เพื่อความสดชื่น ช่วยได้จริงๆนะ

 

— เทคนิคการอ่านเร็ว —

1. กวาดสายตาให้ดี สายตาต้องแม่นยำ ไม่พลาดบรรทัด อาจจะใช้นิ้วหรือปากกาช่วยไล่ตามตัวอักษร กรณีที่ตัวหนังสือเล็กหรือกระดาษเบี้ยว ใช้สายตาในการไล่ดู อย่าใช้หัวหันตามไปมามาก เพราะถ้าความเมื่อยล้ามันเกิดขึ้นแล้ว จะเพลียง่ายมาก

2. การมาร์ก จุดสำคัญ ให้ใช้ปากกาด้ามเดียวพอ ใช้ปากกาเพียงสีเดียวในการขีดเขียน อาจจะจดโน้ตเอาไว้ข้างๆ เพื่อแปลหรือตีความ และวงประโยคสำคัญไว้ โดยเลือกประโยคที่สำคัญจริงๆ เพราะถ้าขีดบ่อยจะเสียเวลามาก และอาจจะไม่ได้อ่านซ้ำที่ขีดไว้ก็ได้

3. วิธียกหนังสือ ถ้าวางหนังสือหรือชีทแบบแบนราบจะนำมาซึ่งความอ่อนล้าได้โดยง่าย หนังสือนั้นควรจะยกเอียงขึ้นมาสัก 30 องศา กำลังเหมาะ ถ้าเป็นชีทขอแนะนำให้หาแฟ้มแข็งๆ มาหนีบชีทและเปิดอ่านเสมือนหนังสือ และยังสามารถยกแฟ้มเอียงขึ้นมาได้

4. อย่าสักแต่อ่าน จงอ่านไปคิดไป ไม่งั้นที่อ่านไปจะไร้ความหมายทันที แม้สายตากวาดแต่สมองต้องตามไปด้วย บางทีถ้าอ่านไปคิดไป อาจจะอ่านโดยไม่ต้องมีรอบสอง ไม่ต้องขีดอะไรเลยก็ได้ ตามความสามารถเลยครับ

5. อย่าเงยมองเวลาบ่อยๆ เงยบ่อยๆแล้วจะเสียอารมณ์ กดดันเปล่าๆ ให้ใช้วิธีตั้งเป้าหมาย เช่นจบ section ใดก่อนแล้วค่อยเงยมอง แต่การมองเวลาก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพื่อที่จะประเมินความสามารถของความเร็วในการอ่าน และก็จะได้ดูว่าทันรึป่าว ถ้าเวลาพอก็พักบ้างก็ได้

6. พึมพำตามไป กรณีที่กลัวไม่เข้าหัว ถ้าอยู่คนเดียว หรือปลีกตัวจากผู้คนอยู่ ก็พึมพำออกเสียงเบาๆ ตามที่อ่านบ้าง จะช่วยได้ พออ่านจบบทใดบทนึงให้ลองคุยกับตัวเอง ติวกับตัวเองดูว่าจำได้จริงๆ เข้าใจจริงๆ หรือป่าว

7. อ่านแต่ละรอบที่ไม่เหมือนกัน รอบแรกอาจมีขีดเขียนบ้าง ถ้ามีเวลาก็ลองอ่านรอบสองแบบรีบเร่ง แบบแค่สายตาผ่าน และต้องปิ๊งไอเดียออกมาให้ได้ว่าอะไรเชื่อมโยงกัน และต่อไปจะมีอะไรบ้าง ถ้าไอเดียไม่ปิ๊งออก ก็ทบทวนใหม่ ขอเน้นว่ารอบสองต้องแค่สายตาผ่านแล้วปิ๊งออกจริงจัง อย่าลืมเมื่ออ่านจบทั้งหมดแล้วต้องตั้งคำถามกับตัวเองดู หรือลองให้เพื่อนช่วยถาม

 

— เทคนิคอื่นๆ —

1. จดจำหน้ากระดาษ
ใช้สมองมากหน่อยแต่ช่วยในการจำระยะสั้นได้ดี ให้มองหนังสือหรือชีทเป็นรูปภาพ เหมาะสำหรับการไปตอบอัตนัยที่คำตอบเสมือนการลอกจากเลคเชอร์หรือหนังสือ จำเป็นภาพว่าเนื้อหาส่วนไหนอยู่ตำแหน่งตรงไหน อยุ่ใต้หัวข้ออะไร และหัวข้อใกล้เคียงมีอะไรบ้าง อันไหนมาก่อนหลัง

2. การพึ่งพาแบบฝึกหัด
สำหรับน้องมัธยม ข้อสอบปรนัยน่าจะพึ่งแบบฝึกหัดได้รวดเร็วกว่า ลองหยิบข้อสอบเก่าๆหรือแบบฝึกหัดเก่าๆ เท่าที่หาได้มาดู ถ้ามีเวลาบ้างให้ปิดเฉลยและลองตอบ ถ้าตอบได้ก็ผ่าน แสดงว่าใช้วิธีนี้ได้ ถ้าไม่ได้ก็อ่านดีกว่า ส่วนถ้าเวลาไม่ทันก็อ่านเฉลยไปเลย และจำดูรูปแบบคำถามคำตอบ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ เอาแบบฝึกหัดที่เคยทำมาดูให้หมดจะดีมากกว่าการอ่านทฤษฎี

3. ถามเพื่อน
อ่านไม่ทันก็ถามเพื่อน ให้เพื่อนช่วยเล่าเลย และประมวลความคิด ย้อนถามเพื่อนกลับไป โต้ไปมาบ้าง แต่ใช้วิธีนี้บ่อยๆไม่ดีนะ รบกวนคนอื่นมากไป เพื่อนจะหนีไปหมดซะก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก: anothermoment

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ....

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply