ทำงานหน้าจอคอมนานๆต้องอ่าน!! “8 วิธีถนอมสายตา” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

สำหรับใครที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อสายตาได้ แม้แต่ผมเองนั่งเขียนบทความให้เพื่อนๆอ่าน ก็ยังมีอาการปวดตาบ่อยๆ จนต้องไปหาดู วิธีการถนอมสายตาสำหรับผู้ที่ต้องอยู่หน้าจอคอม เห็นว่าน่าสนใจดีจึงเอามาฝากเพื่อนๆกันครับ

 

eyestrain-600x300

 

1. เลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา 

สามารถทดสอบได้ง่ายๆ โดยการปิดสวิตช์ภาพแล้วเอาแขนไปจ่อไว้ไกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด หากจอภาพมีการกระจายรังสีต่ำ จะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่บริเวณผิวเลย

 

2. ปรับแสงและความคมชัดหน้าจอคอมพิวเตอร์

ให้ปรับแสงและความคมชัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตาให้มากที่สุด และควรทำให้ห้องสว่างขณะใช้คอมพิวเตอร์ เนื่องจากหากห้องมืด รูม่านตาของคนเราจะเปิดกว้าง ทำให้แสงจากคอมพิวเตอร์ทำอันตรายต่อตาได้

 

3. อยู่ห่างจากหน้าจอภาพพอประมาณ

ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตา ประมาณ18-28 นิ้ว และปรับระดับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา เนื่องจากหากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กันอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

 

4. ใส่แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ใส่แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยกระจายรังสีจากคอมพิวเตอร์สู่สายตา และที่สำคัญควรเลือกแบบที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพราะแผ่นกรองที่มีคุณภาพต่ำ นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสายตาอีกด้วยครับ

 

5. ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ

ควรคำความสะอาดหน้าจออยู่เป็นประจำ อย่าปล่อยให้ฝุ่นเกาะ เนื่องจากฝุ่นละอองอาจจะทำให้เกิดการสะท้อนของแสงมากยิ่งขึ้น

 

6. พักสายตาเสียหน่อย

การหยุดพักหรือการเปลี่ยนแปลงตารางการทำงานใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการจ้องหรือเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ ควรหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยเริ่มการทำงานต่อ

 

7. ใช้ผ้าซุปน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา

ใช้ผ้าซุปน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้นปิดไฟ นอนพักสักครู่เพื่อเป็นการซาร์ตพลังงานให้กลับสายตามาแข็งแรงอีกครั้ง

 

8. หยดน้ำตาเทียม

ห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นห้องแอร์ เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำให้อากาศแห้ง ทำให้เกิดการตาแห้งได้ โดยเฉพาะคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ การหยดน้ำตาเทียมก็จะช่วยให้ตากลับมาสดชื่นอีกครั้งได้

ข้อมูลจาก: trueplookpanya

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ....

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply