ทำไมเจ้าหน้าที่สายการบิน ถึงต้องเข้มงวดกับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระมากนัก??

เพื่อนๆเคยสงสัยกันไหมครับว่า ทำไมเจ้าหน้าที่สายการบินถึงต้องเข้มงวดกวดขันกับการตรวจน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระมาก แค่โลสองโลก็ต้องเอาออก ทำไมถึงไม่อะลุ่มอล่วยกันบ้าง?

 

lg

อยากให้เพื่อนลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าปล่อยให้มีน้ำหนักเกินแม้เพียงเล็กน้อย จากผู้โดยสารนับร้อยคน ผลที่ได้อาจก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงจนคาดไม่ถึง

 

อย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2003 ที่ท่าอากาศยานแห่งชาติดักลาส รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เที่ยวบินที่ 5481 ของสายการบิน Air Midwest เกิดอุบัติเหตุตกใส่โรงเก็บเครื่องบินภายหลังเครื่องขึ้นได้เพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจาก เครื่องบินมีการบรรทุกน้ำหนักเกิน นั่นเอง

 

 

จากเหตุการณ์นี้ทำให้สายการบินทั่วโลกเข้มงวดกับการตรวจน้ำหนักกระเป๋ารวมถึงการตรวจเช็คสภาพเครื่อง ซึ่งแต่ละสายการบินจะมีนโยบายเรื่องจำนวนและขนาดกระเป๋าที่แตกต่างกันตามประเภทของชั้นผู้โดยสารและขนาดเครื่อง

 

โดยปกติผู้โดยสารจะสามารถนำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ ดังนี้

1. กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ (Luggages) โหลดไว้ท้องเครื่องบิน น้ำหนักรวมไม่เกิน 15-30 กิโลกรัม แล้วแต่สายการบิน หากเกินไปจากนี้จะต้องชำระค่าสัมภาระส่วนเกินตามเงื่อนไขของสายการบิน
2. สัมภาระขึ้นเครื่อง (Carry-On Bag) 1 ใบ ขนาดกว้าง ยาว หนารวมกันไม่เกิน 45 นิ้ว (ขนาดมาตรฐานทั่วไป คือ 22 x 14 x 9 นิ้ว) น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม
3. กระเป๋าส่วนตัวที่อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่อง เช่น กระเป๋าเอกสาร (Briefcase) กระเป๋ากล้องถ่ายรูป กล้องวีดิโอ กระเป๋าถือสุภาพสตรี กระเป๋าคอมพิวเตอร์ หนังสือหรือเอกสารสิ่งพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งคิดน้ำหนักรวมกับ Carry-On Bag รวมแล้วต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม

ข้อมูลจาก: Truelife Travel

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ....

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply