“10 อันดับเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยานที่สุดในโลก” เมืองไหนฝันของคนรักการปั่นจักรยาน!!

ในเมืองใหญ่หลายๆ เมือง จักรยาน ไม่เพียงเป็นทางเลือกในการเดินทาง มันยังมีประโยชน์หลายอย่าง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพได้อีกด้วย

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้เคยนำเสนอเรื่องราวของเมืองจักรยานอันดับหนึ่งของโลกอย่างเมือง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ กันไปแล้ว ในวันนี้เราไปดูทั้ง 10 อันดับเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยาน ซึ่งจัดอันดับโดย askmen.com กันครับ

 

cc1

 

อันดับที่ 10 Trondheim, Norway

ด้วยความที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเนินเขา มันจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการขี่จักรยานที่นี่ รัฐบาลจึงมีการประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า “ลิฟต์จักรยาน” ให้ประชาชนเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจร เจ้าลิฟต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “แทรมป์” ถือเป็นลิฟต์จักรยานตัวแรกของโลก มันทำงานเหมือนกับการลากสกี โดยจะติดตั้งไว้ในจุดที่เป็นเนินเขาเมื่อขี่จักรยานมาถึงตรงนั้นมันก็จะช่วยยกจักรยานเราขึ้นโดยที่ไม่ต้องออกแรงปั่น

 

อันดับที่ 9 Beijing, China

แม้ว่าอัตราการใช้รถยนต์จะเพิ่มขึ้นมากในประเทศจีน แต่การใช้จักรยานยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในปักกิ่ง คุณจะรู้สึกเป็นอิสระเหมือนนกเลยทีเดียวเมื่อมองดูสภาพจราจรที่ติดขัด ส่วนเรื่องมลภาวะก็ไม่น่าห่วงมากนัก เพราะตอนที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดแข่งกีฬาโอลิมปิก ทางการก็ส่งเสริมให้คนขี่จักรยานโดยที่รัฐต้องควบคุมปัญหาคุณภาพอากาศด้วย

 

อันดับที่ 8 Barcelona, Spain
ในบรรดาประเทศในยุโรปที่ส่งเสริมการใช้จักรยาน บาร์เซโลนาเป็นเมืองหนึ่งที่สร้างทางรถจักรยานที่เรียกว่า “อะ กรีน ริง” หรือวงแหวนเขียว อยู่รอบใจกลางเมือง โดยในวงแหวนนี้จะมีสถานีให้เช่ารถจักรยานกระจายอยู่ถึง 100 แห่ง โดยคนเช่าสามารถนำจักรยานไปคืนที่สถานีไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องนำกลับไปคืนที่สถานีต้นทางที่ตัวเองเช่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการส่งเสริมใช้จักรยานของเมือง

 

อันดับที่ 7 Basel, Switzerland

เมืองบาเซิลออกแบบถนนเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้จักรยานรวมถึงทางสำหรับคนถนัดซ้ายด้วย ทางเมืองยังสนับสนุนเครือข่ายกิจการให้เช่าจักรยานที่สะดวกสบายเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปโดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการหาที่จอดจักรยาน

 

cc2

 

อันดับที่ 6 Portland, Oregon, USA

เมืองพอร์ทแลนด์ได้สร้างทางรถจักรยานโดยเฉพาะให้เชื่อมต่อกับชุมชนเพื่อนบ้าน และยังจำหน่ายรถจักรยานที่มีอุปกรณ์ครบในราคาถูกให้ประชาชนที่ฐานะไม่ดีอีกด้วย สำหรับทางรถจักรยานของพอร์ทแลนด์มีความยาวทั้งสิ้น 260 ไมล์ มีคนหันมาใช้รถจักรยานเกือบ 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จสำหรับรัฐที่คนใช้รถยนต์เป็นหลัก

 

อันดับที่ 5 Montreal, Canada

เมื่อ 2 ปีก่อน มอนทรีออลใช้งบประมาณกว่า 4,500 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงทางรถจักรยานและสร้างบรรยากาศให้คนรู้สึกอยากใช้จักรยานมากขึ้น รวมถึงการสร้างที่จอดรถจักรยานแบบใช้มิเตอร์เหมือนการจอดรถยนต์ ปัจจุบันมอนทรีออลมีทางรถจักรยานยาว 2,400 ไมล์ และมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก นครใหญ่อันดับ 2 ของแคนาดายังเป็นเมืองแรกของทวีปอเมริกาเหนือที่รวมเอาแผนงานเกี่ยวกับรถจักรยานเข้าไปในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอีกด้วย

 

อันดับที่ 4 Curitiba, Brazil

คูริติบาอาจจะเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองดีที่สุดในโลกและทางจักรยานก็เป็นหัวใจสำคัญของผังเมือง เมืองนี้มีความพยายามให้คนใช้จักรยานมาเป็นเวลามากกว่า 40 ปี และผลก็คือทางจักรยานมีให้เห็นทุกหนทุกแห่ง ชาวบราซิลให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้พลังงานทางเลือกและเดินทางด้วยพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีชุมชนที่ทำกิจกรรมรณรงค์การใช้จักรยานเพื่อเป็นทางเลือกแก้ปัญหารถติดอีกด้วย

 

cc3

 

อันดับที่ 3 Bogotá, Colombia
แม้ว่าการรณรงค์ของรัฐบาลโบโกตาให้คนใช้จักรยานจะสู้พวกประเทศในยุโรปและอเมริกาไม่ได้ แต่โบโกตามีความได้เปรียบด้านประชากร เพราะมีประชากรเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งทำให้จักรยานเป็นสิ่งจำเป็น ในทุกๆ วันอาทิตย์ทางเมืองจะปิดถนนยาวประมาณ 70 ไมล์เพื่อให้คนขี่จักรยาน วิ่ง เล่นสเก็ตและทำกิจกรรมอื่นๆ บนถนนโดยไม่ต้องกลัวรถชน

 

อันดับที่ 2 Copenhagen, Denmark

ปัจจุบันชาวโคนมจำนวน 32 เปอร์เซ็นต์ เดินทางไปทำงานโดยการขี่จักรยาน ที่นี่มีวัฒนธรรมการส่งเสริมการใช้จักรยานถึงขั้นที่ให้คนเช่าจักรยานฟรี โดยจะให้จ่ายมัดจำไว้ก่อนและเมื่อนำจักรยานมาคืนก็จะคืนเงินให้ โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับทางจักรยานของประเทศก็เอื้ออำนวยให้การเดินทางโดยจักรยานมีความสะดวกและรวดเร็ว

 

อันดับที่ 1 Amsterdam, Netherland

กรุงอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่มีความเป็นมิตรกับการขี่จักรยานมากที่สุด เพราะเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการเดินทางในเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์เป็นการเดินทางโดยใช้จักรยาน และยังมีจักรยานสาธารณะให้เช่ากันอย่างแพร่หลาย แถมกำลังก่อสร้างที่จอดรถจักรยานขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟหลักของเมืองอีกด้วย ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ความจำเป็นที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวก็คงจะหมดไป

ข้อมูลจาก: bangkokbiznews

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...