ดูให้รู้เลย… เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมเงินเท่าไร ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท

หลายๆคนอยากจะไปเรียนประเทศอังกฤษ และได้สอบถามข้อมูลว่าเรียนต่อในประเทศอังกฤษนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรยังไง เสียเงินมากน้อยแค่ไหน… ทางเราก็เลยขอรวบรวมข้อมูลมาฝากกันในวันนี้เลยนะครับ

การเรียนต่อในประเทศอังกฤษ (และหลายๆประเทศ) ค่าใช้จ่ายก็จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ก็คือ ค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ ซึ่งทั้งสองส่วนก็มีความจำเป็นพอๆกัน และสูบงบประมาณมากเหมือนๆกัน มาดูรายละเอียดกันเลย…

 

study-cost-in-uk

 

ค่าเล่าเรียน

สำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะไปเรียนในมหาวิทยาลัยของอังกฤษและสหราชอาณาจักร มีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นที่ประมาณ 360,000 บาท ไปจนถึงราคาแพงมากถึง 1,700,000 บาทต่อปีในบางหลักสูตร แต่ส่วนใหญ่แล้วหลักสูตรปริญญาตรีจะจ่ายกันที่ประมาณปีละ 480,000 บาท

ส่วนระดับปริญญาโท หลักสูตรทั่วๆไปจะอยู่ระหว่าง 480,000-600,000 บาท ซึ่งถ้าเรียนต่อทางด้านแพทย์ก็จะสูงหน่อย อาจจะสูงถึง 1,860,000 บาทได้เลย นี่คือค่าใช้จ่ายด้านการเรียนที่เราต้องจ่ายนะครับ

 

study-cost-in-uk2

 

ค่าครองชีพ

ทีนี้มาดูส่วนของค่าครองชีพกันบ้าง จากข้อมูลของหน่วยงาน NUS ประมาณการคร่าวๆว่านักเรียนจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 600,000 บาทต่อปี โดยแบ่งออกได้ดังนี้
– ค่าเช่าที่พัก 240,000 บาท/ปี
– ค่าอาหาร 90,000 บาท/ปี
– ค่าข้าวของเครื่องใช้ 15,000 บาท/ปี
– ค่าของใช้ประจำตัว 90,000 บาท/ปี
– ค่าท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ 120,000 บาท/ปี

 

ในส่วนนี้เราจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายสุดท้าย สามารถที่จะลดลงได้ตามความต้องการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือซื้อของฟุ่มเฟือย ตามนิสัยของแต่ละคน ส่วนค่าเช่าบ้านถ้าเช่าอยู่หลายๆคนก็จะประหยัด รวมถึงค่าอาหารที่พอจะลดได้บ้าง

นอกจากนี้ การอยู่ในเมืองใหญ่ก็จะสิ้นเปลืองกว่าเมืองเล็กๆ โดยทาง UKBA ประเมินว่านักเรียนในกรุง London จะต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนราว 48,000 บาท ส่วนนักเรียนที่อยู่เมืองเล็ก อาจจะลดเหลือเพียง 38,000 บาทต่อเดือน

 

study-cost-in-uk3

 

ทั้งสองส่วนนี้ก็คือค่าใช้จ่ายหลักๆที่จะต้องใช้เมื่อคิดจะเรียนต่อในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นรวมๆแล้วการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ น่าจะต้องใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ 2,800,000 บาท ส่วนปริญญาโทนั้นใช้ประมาณ 1,000,000 บาท ซึ่งประหยัดกว่าการเรียนปริญญาตรีมากทีเดียว

 

คราวนี้ต้องลาไปก่อน แล้วคราวหน้า WeGoInter.com จะเอาข้อมูลด้านอื่นๆของการเรียนต่อต่างประเทศมาฝากกันอีก ยังไงก็คอยติดตามกันนะครับผม…

ที่มา: topuniversities

ร่วมแสดงความคิดเห็น...

SHARE

ดูเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ...